Yoosu

Sweet Dreams II

posted on 09 Mar 2010 20:20 by jun-na  in Yoosu


ภายในร้านที่มีแต่กลิ่นใบชาอบอวลไปทั่วใครคนหนึ่งกำลังพิจารณาของ สิ่งหนึ่งที่วางแน่นิ่งอยู่บนชั้น ของสิ่งนั้นเป็นเพียงใบชาธรรมดากล่องหนึ่งแต่สิ่งที่ทำให้เขาจ้องมองมันอยู่ นานคือวิธีใช้ที่แสนประหลาดของมัน จนในที่สุดจุนซูก็ตัดสินใจหยิบมันลงมาจากชั้นวางเสียที และมุ่งหน้าไปยังเคาเตอร์คิดเงิน เขาเงยหน้าขึ้นมาสบมองกับหญิงสาวที่ยืนอยู่หลังโต๊ะอีกฝั่ง เธอจ้องมองเขากลับมาอย่างพินิจพิเคราะห์ นัยน์ตาสีอ่อนสังเกตเห็นเธอยกยิ้มขึ้นที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะหันไปคิดเงิน ต่อ

“อยากถามอะไรก็รีบถามซะ...เพราะฉันจะไม่ตอบคำถามอะไรหลังจากที่คุณออกจากร้านนี้ไปหรอกนะ”

เสียง ใสเอ่ยขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ เขาไม่เข้าใจเลยว่าเธอรู้ได้อย่างไร เรื่องที่เขามาคำถามมากมายที่จะถามออกไป นัยน์ตาสีอ่อนยังคงมองหญิงสาวคนนั้นด้วยความสงสัย งุนงงเช่นเดิม โดยที่ยังไม่ได้ถามอะไรออกไป

“เร็วสิ... ฉันรู้ว่าคุณอยากจะถามเกี่ยวกับชากล่องนั้นใช่ไหมล่ะ”

เธอ รู้ ใช่เธอรู้ว่าเขาจะถามเรื่องอะไร แต่มันคงไม่ใช่เพราะเธออ่านใจเขาออก เขาไม่ได้เป็นคนดูออกง่ายขนาดนั้นสักนิด และมันก็เป็นไปไม่ได้ด้วยที่เธอจะมีสิ่งพิเศษที่ทำให้หยั่งรู้เรื่องที่ความ คิดของคนอื่น นัยน์ตาที่ประหลาดของหญิงสาวจ้องเขม็งกลับมาที่เขา พร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นด้วยความรำคาญใจ

“จะไม่ถามแน่ใช่ไหม...”

“ดะ...เดี๋ยว ถามก็ได้”

แม้ จะไม่รู้ว่าเธอรู้ได้อย่างไร แต่เขาก็ไม่สนใจแล้วเพราะตอนนี้จุนซูต้องการข้อมูลเกี่ยวกับชากล่องนั้นเสีย มากกว่า หญิงสาวหลังเคาเตอร์เห็นเขายืนครุ่นคิดอยู่นาน จนกระทั่งเสียงแหบหวานยอมเอ่ยคำถามที่ตัวเองอยากรู้ในที่สุด

“ชากล่องนั้นน่ะ...จะบอกเนื้อคู่จริงๆน่ะเหรอ”

เธอ เลิกคิ้วขึ้นอีกครั้งพร้อมกับหรี่ตาลงเล็กน้อย จุนซูไม่เข้าใจว่าสีหน้าของเธอสื่อถึงอะไรในตอนนี้ จู่ๆเขาก็รู้สึกอึดอัดที่ถูกมองมาด้วยสายตาแปลกๆของผู้หญิงตรงหน้านี้ จุนซูพยายามกลืนก้อนเหนียวลงคอและถามอีกครั้ง

“สรุปมันจะบอกจริงๆน่ะเหรอ”

“หึ...ฉันบอกได้แค่ว่ามันก็แล้วแต่คนใช้น่ะนะ ถ้าคุณเชื่อในสิ่งที่มันจะบอก มันก็จะบอกคุณ แต่ถ้าคุณไม่เชื่อมัน มันก็จะไม่บอกหรอกนะ”

เธอ พูดด้วยนำ้เสียงที่ีแสดงถึงความเจ้าเล่ห์อย่างไม่ปิดบัง จุนซูหดคอเข้าหาตัวเองเล็กน้อยเมื่อเธอยื่นหน้าเข้ามาใกล้เขาขึ้นเรื่อยๆ และกระซิบอย่างแผ่วเบาที่ข้างใบหูเล็กของคนที่ยืนอยู่อีกฟากโต๊ะ เสียงที่แผ่วเบาจนคนอื่นไม่ได้ยินกลับดังก้องภายในโสตประสาทของเขา ดวงตาเรียวเบิกตาด้วยความไม่เชื่ออย่างที่สุดเมื่อได้ยินสิ่งที่หญิงสาวพูด

“อย่างคุณน่ะ... ไม่ต้องอาศัยชากล่องนี้หรอกนะ ฉันมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเนื้อคู่ของคุณต้องเป็นผู้ชายแน่ๆ....”






::Sweet Dreams II::






“เป็นไปไม่ได้หรอก...ต้องโกหกแน่ๆ”


จุน ซูบ่นพึมพำกับตัวเองพลางหยิบสิ่งของต่างๆออกมาจากถุงกระดาษสีน้ำตาล เขาหยิบกล่องชากล่องนั้นออกมาพิจารณาอีกครั้ง มือเล็กเปิดกล่องเหล็กสีแดงที่บรรจุถุงใบชากว่าสิบถุง เมื่อกล่องที่เคยปิดผนึกอย่างดีมาเป็นเวลานานถูกเปิดออก กลิ่นอบอวลภายในก็กระจายไปทั่ว จมูกปลายมนรับรู้เป็นกลิ่นหอมแบบแปลกๆ ซึ่งชวนให้หลงไหลแม้รับรู้ไปเพียงนิดก็ตาม นิ้วเรียวสุ่มหยิบถุงใบชาถุงหนึ่งขึ้นมาอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไร เขาหย่อนมันลงในกาน้ำชาเซรมิกใบโปรด จากนั้นจึงค่อยๆเทน้ำร้อนตามลงไป ควันสีขาวลอยขึ้นมาจากกาที่ถูกเปิดฝาไว้ เปลือกตาบางกระพริบถี่ยิ่่งขึ้นเพื่อไล่อาการแสบที่ดวงตาออกไป


"ทำไมไอมันเยอะอย่างนี้ล่ะ


ถึง จะพูดบ่นแต่ควันสีขาวก็ไม่ได้จางลงไปเลยแม้เพียงนิด เขาหันไปหยิบแก้วใบโปรดออกจากตู้ จากนั้นจึงค่อยๆรินน้ำชาสีเข้มอย่างระมัดระวัง จุนซูเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองลืมน้ำตาลและช้อนชา เขาจึงวางกาน้ำชาลงบนโต๊ะอย่างเบามือก่อนจะเดินไปหยิบมัน ในระหว่างที่เขาไม่ทันสังเกตถ้วยชากลับมีแสงสว่างวาบอยู่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะดับหายไป จุนซูหันกลับมาอีกครั้งพร้อมด้วยช้อนชาและน้ำตาลทราย มือขาวเนียนบรรจงตักเม็ดละเอียดสีขาวที่มีรสหวานใส่ลงไปในน้ำสีเข้ม แล้วจึงคนให้เม็ดพวกนั้นละลายไปในแก้วใบสวย


"กลิ่นหอมใช้ได้เลยนะเนี่ย"


คน ที่พูดก็อมยิ้มไปด้วยเพราะถูกใจกับกลิ่มหอมที่โชยขึ้นมาจากแก้ว เขาเป็นคนที่ชอบกลิ่นของใบชามาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก จุนซูมักจะสะสมกล่องบรรจุของมันเอาไว้เป็นที่ระลึกหลังจากทดลองดื่มเสร็จ ระหว่างที่รอชาออกฤทธิ์อย่างเต็มที่ เขาก็จัดการแพคกล่องสีแดงให้กลับไปมีสภาพคล้ายดังเช่นเดิม และนำไปวางเรียงไว้กับกล่องอื่นๆที่ได้สะสมเอาไว้


ทันที่ปลาย ลิ้นรับรสของชาสีเข้มนัยน์ตาสีอำพันก็ต้องเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง ทว่าไม่ใช่เพราะความตกใจแต่เป็นเพราะชานี้มีรสดีที่สุดตั้งแต่ที่เคยได้ลิ้ม รสมา เจ้าของบ้านเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ริมหน้าต่างบานใหญ่ อีกมือหนึ่งที่ไม่ได้ถือแก้วชาก็ทำหน้าที่เปิดหนังสือนวนิยายภาษาต่างชาติไป ด้วย การนั่งจิบชาและอ่านหนังสือไปด้วยเป็นกิจกรรมยามว่างขอจุนซูเสมอ เพราะมันทำให้เขาเพลิดเพลินจนลืมความเครียดมากมายไป


“ง่วงจัง”


น่า แปลกเหลือเกินที่วันนี้เขารู้สึกง่วงงุนเร็วกว่าปกติ เพราะความจริงแล้วเขาเป็นคนนอนยากกว่าจะหลับก็ประมาณเกือบเที่ยงคืน แต่ตอนนี้นาฬิกาเพิ่งบอกเวลาสองทุ่มครึ่งเท่านั้น แม้จะพยายามฝืนอ่านหนังสือต่อแต่เปลือกตากลับหนักอึ้งเหลือเกิน จนสุดท้ายเขาก็ต้องปิดมันและไปจัดการตัวเองก่อนเข้านอน





::Sweet Dreams II::






“เรื่่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ...”


“อ่าว... แล้วจุนซูฝันว่าอะไรล่ะ”



ยู ชอนถามพลางกระแซะตัวเข้าไปใกล้อีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆกัน หัวกลมเอียงคอไปถามพร้อมตาใสซื่อ จุนซูมองการกระทำของคนรักอย่างหวาดๆ ถ้าเด็กอายุประมาณสี่ห้าขวบทำก็คงน่ารักดีอยู่หรอก แต่นี่อายุก็ล่วงเลยมาเกือบจะสามสิบอยู่แล้วทำท่าทางแบบนั้นคงไม่ค่อยน่าดู ชมเสียเท่าไหร่นัก



“ก็ฝันถึงยูชอนนั่นแหละน่า...แล้วก็ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้นเลย ไม่เห็นจะน่ารักสักนิด”


จุน ซูเหล่ตามองยูชอน เสียงหวานตั้งใจบอกปัดเรื่องที่อีกคนถาม มือเล็กพยายามแงะเอาหนวดปลาหมึกออกไป แต่เจ้าแห่งปลาหมึกอย่างยูชอนคงไม่ยอมละจากผิวนุ่มลื่นไปได้ง่ายๆ ในความเป็นจริงแล้วจุนซูก็ชอบให้คุณเจ้านายอยู่ใกล้ๆอย่างนี้เหมือนกัน ทว่าด้วยหน้าที่การงานคงไม่เหมาะสมเท่าใดนัก


“ไม่อาวววว ยังไม่บอกเลย ฝันอะไรเกี่ยวกับผมล่ะ”


ใน ขณะที่ชายหนุ่มยังไม่ลดละความพยายาม แก้มใสของใครอีกคนกลับขึ้นสีระเรื่อเมื่อนึกถึงเรื่องที่ตนฝัน อาการแปลกๆของจุนซูแบบนั้นทำให้ยูชอนรู้ได้ทันทีว่า คนรักต้องมีอะไรปกปิดเขาอยู่แน่ๆ แล้วก็หวังว่าจุนซูคงจะปกปิดมันเพราะความขวยเขิน แก้มป่องแดงเสียขนาดนั้นถ้าไม่ได้เขินก็คงเป็นไข้แล้วล่ะ


“ก็บอกว่าไม่มีอะไรไงเล่า...ยูชอนก็”


“งั้นคนดีเขินอะไรล่ะจ้ะ?”


“เปล่าสักหน่อยใครบอกว่าเขินล่ะ...ร้อนต่างหากเล่า"


“ไม่เห็นร้อนเลย”


ฝ่ามือ ทาบลงบนหน้าผากกลมมนเพื่อแกล้งลองวัดอุณหภูมิ ทุกครั้งไม่ว่าจุนซูจะพยายามซ่อนความรู้สึกมากแค่ไหนแต่คนๆนั้นก็มักจะล่วง รู้ถึงมันเสมอ เรียกได้ว่าไม่มีสิ่งใดที่เขาสามารถปิดบังยูชอนได้เลย เพียงแค่มองตาก็รู้ใจ ไม่ต้องอาศัยคำพูดใดๆอีก ยูชอนอมยิ้มน้อยเมื่อเห็นจุนซูทำท่าถอนหายใจ ซึ่งเป็นสัญญานที่บอกว่าตนกำลังจะได้ฟังเรื่องที่อยากรู้แล้ว


“ยิ้มทำไม... จะเล่าแล้วนี่ไง”




::Sweet Dreams II::




จุน ซูหย่อนตัวลงบนเตียงกว้างอย่างช้าๆ ก่อนจะสอดตัวใต้ผ้าห่มผืนหนาดั่งเช่นทุกวัน หมอนใบใหญ่ยุบตัวลงไปตามแรงกดทับจากศีรษะทุย เปลือกตาที่หนักอึ้งอยู่แล้วปิดสนิทอย่างรวดเร็ว ดวงจิตที่หลับไหลค่อยๆถูกกลืนกินไปกับห้วงเวลายามราตรี ไออุ่นปริศนาทำให้เขารู้สึกตัวแต่ก็ไม่เพียงพอที่จะปลุกให้ตื่นขึ้น ทว่าไออุ่นเหล่านั้นเริ่มกลายเป็นความร้อนที่เพิ่มมากขึ้นทุกขณะ จนกระทั่งคนที่หลับอยู่ต้องเบิกตากว้างขึ้น นัยน์ตาสีนิลที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความหมาย หากไม่อาจทราบได้เลยว่าความหมายคืออะไร


สีชมพูระเรื่อบนแก้ม ขาวเนียนของจุนซูทำให้ใครอีกคนยิ่งขยับเข้าใกล้ตนมากขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าที่ก้มชิดอกถูกรั้งให้เชิดขึ้นด้วยนิ้วเรียวยาวของชายปริศนาคนนั้น เขาไล้ปลายนิ้วไปตามสันของจมูกปลายมน สัมผัสอ่อนโยนส่งผลให้หัวใจดวงน้อยเต้นรัวเร็วจนควบคุมไม่ได้ สติเริ่มจางหายไปเรื่อยๆเหลือเพียงความรู้สึกมายมากที่ถาโถมเข้ามาเท่านั้น


ดวงตาสีอำพันช้อนมองอย่างมีความหมาย ราวกับไม่เป็นตัวของตัวเองอีกต่อไป สติที่เคยมีเริ่มกลายเป็นสีขาวจาง จู่ๆริมฝีปากนุ่มก็แนบชิดเข้ากับกลีบปากบาง ซึมซับเอาความหอมหวานจากกลีบสีเชอร์รี่ราวกับผึ้งที่เชยชมเกสรดอกไม้ จูบที่ล้ำลึกช่วงชิงเอาลมหายใจของคนบนเตียงทีละน้อย แต่ถึงจะทรมานแต่ก็กลับรู้สึกมีความสุขแบบแปลกๆ กระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปแทบทุส่วนของร่างกาย ผิวเนื้อเนียนละเอียดที่แตะสัมผัสกันร้อนผ่าวไปหมด



"ไว้ใจผมนะ”


เสียง กระซิบข้างหูฟังดูแล้วอ่อนโยนแต่ก็หนักแน่นในเวลาเดียวกัน คนฟังเหมือนถูกร่ายมนตราใส่จนเคลิบเคลิ้ม ใบหน้ากลมพยักตอบรับคำพูดนั้น แขนเรียวถูกจับให้โอบรอบคนด้านบน ทันทีที่สัมผัสกับแผ่นหลังเปลือยเปล่า แก้มใสที่หายแดงซ่านก็กลับมาอมชมพูอีกครั้ง ปลายจมูกโด่งคลอเคลียไปตามผิวเนื้ออ่อนนุ่ม กระทำนั้นทำเอาจุนซูต้องหลุดขำเพราะความจั้กกะจี้ กลิ่นหวานอ่อนๆที่เป็นธรรมชาติของคนใต้ร่างส่งผลให้ชายหนุ่มแทบคลั่ง อยากได้มากกว่านี้ ต้องการจะได้มากกว่านี้ เจ้าของร่างกายน่าหลงใหลอ่อนไหวและคล้อยตามแรงอารมณ์ที่ใครบางคนสร้างขึ้น สัดส่วนบิดเร้าเพราะความอึดอัดจากภายใน เสียงที่ดังอื้ออึงในลำคอไม่สามารถจับใจความได้ จังหวะการเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างนุ่มนวล ความไร้เดียงสาบริสุทธ์ถูกเปิดออก เหมือนกับกลีบดอกไม้ที่ถูกภมรหนุ่มเข้ามาเชยชมเป็นครั้งแรก


"อ๊ะ..."


ความ เจ็บที่ค่อยๆแทรกตัวเข้ามาทีละน้อยส่งผลให้หยาดน้ำสีใสไหลรินออกมาจากดวงตา คู่งาม ริมฝีปากอุ่นจูบซับหยดน้ำเหล่านั้นอย่างอ่อนโยน ความปวดร้าวราวร่างกายจะแยกออกจากกันค่อยๆลดลงในภายหลัง พวกมันถูกแทนที่ด้วยความสุขสมจากการปนเปรอของอีกฝ่ายอย่างทะนุถนอม สัมผัสทุกที่บนผิวละเอียดเน้นและย้ำถึงการแสดงความเป็นเจ้าของ รอยรักสีกุหลาบถูกจงใจสร้างขึ้นเพื่อให้ใครอีกคนจำสัมผัสนี้ตลอดไป


จังหวะ รักสอดประสาน การเคลื่อนไหวทุกขั้นตอนส่งผลให้เกิดความสุขในแบบที่ไม่เคยพบมาก่อน เสียงครวญครางมากมายบ่งบอกได้ดีว่าคนทั้งคู่รู้สึกเช่นไร ความร้อนรุ่มภายในคอยเร้าให้อยากจะปลดปล่อยมากขึ้นเรื่อยๆ ริมฝีปากบางประกบจูบล้ำลึก ลิ้นเล็กกระหวัดเกี่ยวพันเอาใจคนที่ตนเป็นฝ่ายมอบจูบให้ ขอแค่คนตรงหน้าในเวลานี้ อย่างอื่นก็ไม่จำเป็นอีกแล้ว ฝ่ามืออุ่นลูบไล้ไปตามสัดส่วนงดงาม หยดน้ำสีใสที่ผุดขึ้นบนผิวขาวผ่องทำให้คนมองดูยิ่งรู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อใกล้ถึงปลายทางที่หมายมั่น ความเร่าร้อนในคราแรกนั้นหายไปและเหลือเพียงสัมผัสที่ทำให้อิ่มเอมเต็มตื้น เท่านั้น


"ราตรีสวัสดิ์ครับ...คนดี"


เสียงทุ้มนุ่ม อ่อนโยนกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูนิ่ม ทันทีที่่ได้ยินเปลือกตาสีมุขปรือขึ้นอย่างยากลำบาก จุนซูเพียงแค่อยากเห็นคนๆนี้สักครั้ง คนที่ให้เขารู้สึกถึงความอบอุ่นที่ไม่ได้สัมผัสมานาน อยากจะจดจำทุกรายละเอียด นัยนสีรัตติกาล จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากนุ่ม กลีบปากทาบทับลงบนหน้าผากมน แม้จะเนิ่นนานแต่ก็ไม่ได้สร้างความรำคาญใดๆ ตรงกันข้ามไออุ่นจากชายหนุ่มทำให้หัวใจของเขาสั่นไหวเสียอีก ความเหนื่อยอ่อนเริ่มส่งผลให้สติจางหายทีละน้อยจนกระทั่งเจ้าตัวผลอยเข้าสู่ ห้วงนิทราในที่สุด




::Sweet Dreams II::





“ที่ฝันก็มีเท่านี้แหละ จะให้เล่าทำไมก็ไม่รู้”


แก้ม ใสขึ้นสีชมพูเพราะเลือดที่พากันสูบฉีดขึ้นมา อันที่จริงแล้วจุนซูไม่ได้เล่ารายละเอียดอะไรมากมายให้คนรักฟัง เพราะถ้าทำอย่างนั้นเขาเองจะต้องมีอันตรายอย่างแน่นอน ใครๆก็ต่างรู้ดีว่าชายหนุ่มเป็นคนอย่างไร วันแรกที่เจอกันดูเหมือนว่ายูชอนไม่ใช่คนเจ้าชู้ แต่เมื่อทำงานด้วยกันเขาก็รู้ได้ทันทีว่าคนๆนี้เจ้าชู้มาแค่ไหน แทบไม่มีวันไหนเลยที่เลขาอย่างเขาไม่ต้องคอยสับรางให้ ทั้งโจทก์เก่าโจทก์ใหม่มีมากจนวุ่นวายไปหมด ทว่าจนกระทั่งหลังทีพวกเขาสองคนเริ่มต้นคบกัน หญิงสาวมากหน้าหลายตาที่เคยเข้าออกที่ทำงานกลับหายไปหมด


“จุนซูอ่า... ทะลึ่งจริงๆ ฮ่ะฮ่าๆ”


ยู ชอนพูดแหย่กลั้วหัวเราะ จากสายตาทีี่เคยมองอย่างตลกขบขันกลับเปลี่ยนเป็นกรุ้มกริ่มแทน ในขณะเดียวกันจุนซูที่กำลังจะโวยวายก็ต้องหยุด คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างไม่ไว้ใจ นัยน์ตาสีอ่อนมองดูสีหน้าของคนรักอย่างหวาดๆ ในสมองมีแต่ภาวนาให้สิ่งที่สงสัยและเป็นกังวลไม่เกิดขึ้นตอนนี้


“เราไปทำให้ฝันเป็นจริงกันไหม?”


ดวงตา เรียวเบิกกว้างจ้องเขม็งไปยังยูชอน เสียงทุ้มเสน่ห์เอื้อนเอ่ยสิ่งที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้น ขณะที่จุนซูกำลังนั่งนิ่งชายหนุ่มก็เริ่มเขยิบเข้ามาใกล้เขาขึ้นเรื่อยๆ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องเลย จนกระทั่งใบหน้ามนถูกกเชิดขึ้นด้วยนิ้วเรียวยาวของอีกฝ่าย แกะน้อยจึงได้รู้ตัวว่ากำลังจะถูกหมาป่าจับกินในไม่ช้านี้ มือเล็กยกขึ้นดันแผ่นอกที่โน้มเข้ามาเบาๆเป็นเชิงบอกปฏิเสธ แต่มีหรือที่หมาป่าเจ้าเล่ห์จะยอมง่ายๆ


“ทำให้เป็นจริงอะไรเล่า...มันก็เป็นจริงไปตั้งนานแล้วนี่


จุน ซูเสมองไปทางอื่นด้วยความเขินอาย ขณะที่พูดไปพวงแก้มขาวก็ขึ้นสีอมชมพูตามไปด้วย ท่าทางอย่างนั้นยิ่งทำให้อีกคนอยากแกล้งมากขึ้นไปอีก ความไร้เดียงสาที่เขาไม่เคยได้พบจากผู้หญิงคนไหนมาก่อน นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลว่าเพราะเหตุใดเขาจึงหลงรักคนๆนี้อย่างไม่อาจจะถอนตัว ได้


“จำไม่เห็นได้เลย...หืมมม”


จมูกโด่งฝังลงบนผิว อ่อนบริเวณซอกคอขาว กลิ่นสดชื่นจากน้ำหอมผสมกับกลิ่นเฉพาะของจุนซูยังคงติดอยู่ที่ส่วนปลาย รสหวานราวน้ำผึ้งถูกเก็บเกี่ยวด้วยลิ้นซุกซน ความอุ่นร้อนแผ่ซ่านไปทั่วร่างของคนทั้งคู่ จากที่เคยขัดขืนตอนนี้กลายเป็นคล้อยตามอย่างง่ายดาย เรี่ยวแรงที่เคยมีกลับหดหายไปหมดเหลือเพียงความรู้สึกเคลิบเคลิ้มเท่านั้น ทุกสัมผัสอ่อนโยนทะนุถนอมราวกับคนตรงหน้าเป็นแก้วบางใส ก้อนเนื้อภายในอกเต้นรัวอย่างไม่อาจควบคุมได้ จุนซูเอี้ยวคอหนีเพราะไม่กล้ามองดวงตาทรงเสน่ห์คู่นั้น เขากลัวว่าถ้าหากมองแล้วตัวเองจะต้องมนต์สะกดจนถอนตัวไม่ขึ้น


ด้วย ความบังเอิญนัยน์ตาของทั้งคู่จึงสบกันพอดี สิ่งที่สื่อออกมาทำให้จุนซูรับรู้ได้ถึงความต้องการของอีกฝ่ายที่กำลังจะล้น ปรี่ เงาสะท้อนผ่านม่านน้ำใสคือภาพตัวเองในอริยาบทที่ไม่ได้ต่างไปจากคนรักเสีย เท่าใดนัก ผิวเนียนสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่านผิวเนื้อที่แตะกัน ลมหายใจอุ่นของยูชอนบริเวณต้นคอทำให้เขาอ่อนระทวยได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะทำอย่างไรจุนซูมักจะโอนอ่อนตามคนรักเสมอ เขาไม่เคยต่อต้านได้เลยจริงๆ



"เราไป...เอ่อ"


"ตรงนี้แหละผมทนไม่ไหวแล้ว"



หลัง จากสิ้นเสียงสุดท้ายของชายหนุ่ม ริมฝีปากอุ่นก็ทาบทับลงมาโดยไม่ให้อีกคนต้องพูดอะไรอีก จูบอันล้ำลึกและดูดดื่มปลุกอีกวิญญาณในร่างของจุนซูให้ตื่นขึ้น ร่างบอบบางย้ายตัวเองขึ้นไปนั่งบนหน้าตักของอีกคนเพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่ เมื่อยมากนัก สองมือรวบเอาต้นคอของยูชอนให้แนบเข้ามาใกล้กว่าเดิม อีกคนที่เป็นเริ่มตอนนี้เป็นฝ่ายเคลิบเคลิ้มและคล้อยตามไปแทนเสียแล้ว เสื้อผ้าอาภรณ์ตัวบางของทั้งคู่ถูกถอดทิ้งลงพื้นพรมสีอ่อนอย่างไม่ใยดี แต่ก็ยังคงมีปราการณ์ชั้นสุดท้ายเหลือไว้ปกปิดบางอย่างอยู่



ใบหน้า ของทั้งคู่แดงซ่านด้วยอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทุกวินาที ริมฝีปากเชิดขบเม้มไปตามร่องแถบกระดูกไหปลาร้าอย่างเอาใจ เสียงทุ้มนุ่มที่ครางในลำคอบอกได้ดีถึงความชอบใจของตน ผิวเนื้อขาวเกิดเป็นรอยจ้ำสีสดเพราะแรงจากฟันที่ขบกัด จุนซูในเวลานี้เหมือนลูกแมวตัวน้อยที่แม้จะน่ารักแต่ก็เร่าร้อนในเวลา เดียวกัน ปลายนิ้วไล้สัมผัสไปตามต้นคอขาวของชายหนุ่มอย่างยั่วยวน ต้นขานิ่มเฉียดโดนสิ่งที่ไวต่อความรู้สึกอย่างไม่ตั้งใจ แต่ด้วยความไม่ตั้งใจนั้นส่งผลให้ยูชอนกลับต้องการมากขึ้น จวนเจียนจนแทบทนไม่ได้อีกต่อไป



ลูกแก้วสีสวยปรือขึ้นมองยู ชอนด้วยความต้องการอย่างที่สุด สายตาที่มองมาอย่างลึกซ็้งบอกกับชายหนุ่มว่าควรจะต้องทำอะไรสักอย่างเสีย แล้ว เขาที่ย้ายที่ลูกแมวตัวน้อยอย่างเบามือ จุนซูคลอเคลียคนรักอย่างเอาอกเอาใจ คราวนี้ยูชอนเป็นฝ่ายที่ปนเปรอคนในอ้อมกอดบ้าง บทรักโรแมนติกค่อยๆเป็นไปตามที่อารมณ์ของคู่รักพาไป ปลายลิ้นเล็กไล้ไปตามใบหูนิ่ม ไล่จากคอขาวระหงส์จรดส่วนปลายสีอ่อน เสียงครางน้อยๆที่เปล่งออกมาทำให้อีกคนรู้ว่าใกล้ถึงเวลาเข้าไปทุกที จุนซูไม่รู้เลยว่าสิหน้าแบบนั้นเย้ายวนแค่ไหน คนที่มองเห็นร้อนจวนละลายเหมือนกับขี้ผึ้งลนไฟอยู่แล้ว



“สักทีสินะ...นะ...นะ”



เสียง หวานอ้อนวอนรบเร้าคนด้านบน ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ แต่อีกคนกับไม่รู้เลยว่าภายใต้รอยยิ้มนั้น ยูชอนเองก็รนจนแทบทนไม่ไหว ผ้าชั้นดีสีขาวถูกปลดออกอย่างเบามือ ทันทีผิวเนื้ออ่อนสัมผัสกับอากาศเย็นภายนอก จุนซูกลับหดตัวซุกเข้ากับแผ่นอกอุ่นของยูชอน แถมใช้สายตาหวานเยิ้มราวน้ำเชื่อมช้อนมองขึ้นอย่างน่าสงสาร แต่ยังไม่ทันทีร่างบอบบางจะรู้ตัว อะไรบางอย่างที่แสนจะต้องการก็แทรกเข้ามา ไม่ได้เจ็บแต่เพียงแค่ตกใจจนต้องร้องออกมาเบาๆ


“เจ็บเหรอ...”


“เปล่า...”



ทุก ครั้งที่ขยับกายพวกเขาก็สัมผัสได้ถึงความสุขที่ได้เป็นของกันและกัน ยูชอนครางต่ำในคอด้วยความพอใจ ปลายเล็บมนของจุนซูฝังลงไปบนแผ่นหลังของชายหนุ่ม เสียงหอบหายใจเหนื่อยของทั้งคู่ดังสะท้อนไปทั่วห้อง การที่รับรู้ว่ายังมีฝ่ายอยู่ทำให้หัวใจสองดวงรู้สึกพองโตอย่างไม่น่าเชื่อ ขอแค่เพียงมีใครอีกคนอยู่ข้างๆกัน พวกเขาก็คงไม่ขอสิ่งใดอีก ความหอมหวานของการแสดงความรักให้กัน ความรู้สึกมากมายส่งผ่านสัมผัสแนบชิดในขณะที่ร่างกายและจิตวิญญาณของทั้งคู่ เชื่อมต่อกัน ไม่มีใครรู้ว่าราตรีนี้จะจบลงเมื่อใด แต่ถึงแม้เวลาในคืนนี้จะหมดลง ความรักของคนสองคนคงไม่มีวันจะจบได้ลงอย่างแน่นอน



::Sweet Dreams II::




อากาศ เย็นจากภายนอกส่งผลให้ห้องมีอุณหภูมิต่ำลงกว่าปกติจนผ้าห่มผืนหนาไม่อาจ ต้านทานความหนาวได้ ทว่ากลับมีอีกสิ่งหนึ่งที่ให้ความอบอุ่นได้อย่างดี จุนซูลืมตาตื่นขึ้นจากนิทราด้วยความสดใส สิ่งที่เห็นเป็นอย่างแรกไม่ใช่ใบหน้าหล่อเหลา หรือความน่าประทับใจใดๆเหมือนที่คนทั่วไปจะได้เห็นจากยูชอน เขากลับเห็นมือคู่สวยที่กำลังกุมมือเล็กๆของตัวเองเอาไว้ ในใจเต็มตื้นไปด้วยความสุขที่ต้องยิ้มจนแก้มปริ คงจะไม่มีใครโชคดีไปกว่าเขาอีกแล้ว ณ เวลานี้ ขอเพียงแค่ได้รักกัน อะไรก็ไม่สำคัญไปกว่านี้อีกแล้ว


นิ้วแข็งแรงเกี่ยวเอาผมที่ตกลง บนใบหน้ามนออกจากทางด้านหลัง การกระทำนั้นทำให้จุนซูรู้สึกตัวว่าคนรักตื่นแล้ว สองแขนรวบเอาเจ้าของแผ่นหลังเนียนให้เข้ามาแนบชิดมาขึ้น หัวกลมเอนพิงเข้ากับหัวไหล่สวยของยูชอน ปลายจมูกโด่งได้กลิ่นหอมๆลอยฟ่องเต็มไปหมด กลิ่นนั้นยั่วใจจนทำให้ต้อก้มลงไปดมดูสักครั้ง ริมฝีปากอวบเม้มจูบที่ขมับของคนดี สองมือที่จับกันกระชับแน่นยิ่งขึ้น หากถ้าใครได้เห็นภาพนี้ก็คงจะอิจฉาในความรักของคนทั้งสองเป็นแน่แท้


“เรื่องจริงน่ะ...ดีกว่าความฝันใช่ไหม คนดี...”


“แล้วยูชอนว่าดีไหมล่ะ...”








FIN...







QUIZ
 
คุณผู้อ่านคิดว่าฟิคเรื่องนี้เป็นยังไง
a) อะไรกันเนี่ย... ต้องมีอะไรมากกว่านี้สิ
b) หุหุ... อยากเห็นเค้าสองคนจัง
c) ไม่รู้ไม่ชี้... ว่าแต่ เลือดกำเดาจะไหลไม๊เนี่ย
d) เติมคำตอบตามใจชอบ...
 
 
ฮ่าๆๆๆ 

Sweet Dreams I

posted on 02 Mar 2010 22:48 by jun-na  in Yoosu
Turn the lights on

Every night I rush to my bed
With hopes that maybe I'll get a chance to see you






พระอาทิตย์ที่เคยทอแสงสีทองอยู่บนท้องฟ้าเมื่อเวลายามเย็นตอนนี้กลับถู
กม่านสีรัตติกาล บดบังเอาไว้ทั้งหมด เจ้าของดวงตาเรียวมองออกไปข้างนอกอย่างเหม่อลอย เพราะเมื่อถึงเวลาที่ผืนฟ้ามืดมิดเมื่อใด เขาก็จะนึกถึงคนๆนั้นเพียงคนเดียว คนที่เขามักจะเห็นอยู่ในความฝันทุกครั้งที่ล้มตัวลงนอน จุนซูทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงนุ่มขนาดใหญ่ เขาสอดตัวลงใต้ผ้านวมสีครีมเพื่อป้องกันความหนาวจากอากาศภายนอก มือเล็กหยิบหนังสือเล่มใหม่เอี่ยมออกมาจากลิ้นชักโต๊ะหัวเตียง เขาซื้อหนังสือเล่มนี้มาเพราะอยากจะหาคำตอบว่าเพราะอะไรเขาถึงได้ฝันเห็นคนๆ เดิมซ้ำๆ นิ้วเรียวกรีดเปิดหน้ากระดาษไปหลายหน้าแล้วแต่ตัวเองก็ยังไม่พบข้อมูลใดๆเลย




“ทำไมฉันต้องฝันถึงนายด้วยนะ?”




จุนซูถามตนเองอย่างนี้ทุกครั้งก่
อนนอน แต่แม้จะถามสักกี่ครั้งก็ไม่เคยได้คำตอบใดๆกลับมา ตอนนี้ทั้งห้องมีความเงียบและความมืดเข้าปกคลุม จะมีก็เพียงแสงสว่างเล็กน้อยจากพระจันทร์สีเหลืองนวลและดวงดาราที่ต่างเปล่ง แสงแข่งกันอยู่บนท้องนภา จุนซูมองออกไปนอกหน้าต่างที่ถูกติดไว้บนฝ้าเพดานด้วยความรู้สึกที่อ้างว้าง ในคืนนี้เขารู้สึกว่างเปล่าเหลือเกินแม้ข้างนอกนั่นจะมีดาวน้อยนับพันก็ตาม ที ในสมองมีเพียงสิ่งเดียวคือภาพของคนที่เขาเห็นภายในความฝัน จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปเพียงไม่นานเปลือกตาบางก็ค่อยๆปิดลงด้วยความเหนื่อย อ่อนจากการทำงานมาทั้งวัน









When I close my eyes I'm going out of my head
Lost in a fairy tale, can you hold my hands and be my guide?









สัมผัสวาบหวามประหลาดก่อตัวขึ้
นภายในช่องท้องของเขาอีกครั้งเหมือนกับคืนก่อนหน้า น้ำหนักที่กดทับลงมาบนร่างกายตัวเองทำให้จุนซูเบิกตาโพลงขึ้น นัยน์ตากลมสีอำพันสบเข้ากับนัยน์ตาสีรัตติกาลอีกครั้ง ข้างในดวงตานั่นสื่อความรู้สึกของคนตรงหน้าออกมาอย่างไม่ปิดบัง ทุกครั้งไม่ว่าจะในคืนไหนก็ตามสายตาของคนๆนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมันยังคง บอกความรู้สึกอย่างเดิม หัวใจดวงน้อยของจุนซูเริ่มเต้นแรงขึ้นทุกทีที่ใบหน้าหล่อโน้มเข้ามาใกล้ เขาเลือกที่จะหลบดวงตาทรงเสน่ห์คู่นั้นด้วยการปิดเปลือกตาลง เมื่อประสาทการมองเห็นไม่ได้ทำงานแล้ว ประสาทการรับรู้อย่างอื่นก็ยิ่งทำงานได้ดีขึ้นไปอีก กลิ่นแปลกประหลาดบางอย่างจากคนข้างบนส่งผลให้คนที่อยู่ข้างใต้เคลิ้มและ หลงใหลมันเหลือเกิน




“ไม่ต้องห่วงนะคนดีของผม... เราจะมีความสุขด้วยกัน”






เจ้าของเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยอย่างแผ่
วเบาพร้อมกับพ่นลมร้อนที่ข้างใบหูเล็กของคนใต้ ร่างอย่างจงใจ จุนซูเหมือนตกอยู่ภายใต้เวทมนตร์ทันทีที่ได้ยินเสียงนั้นบอกเขา สัมผัสที่ได้รับหาใช่เพียงการกดทับธรรมดาอีกต่อไปไม่ เขารู้สึกได้ถึงความร้อนมหาศาลและความต้องการมากมายไหลผ่านร่างของตน ทุกที่บนเรือนร่างที่โดนใครอีกคนสัมผัสร้อนผ่าวเหมือนดั่งไฟที่ลุกโชน ทุกๆอย่างที่เป็นไปมันเหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกหรือแม้กระทั่งเสียงที่ได้ยิน จมูกโด่งไล้คลึงไปตามซอกคอขาว ริมฝีปากอิ่มคอยขบเม้มสร้างรอยรักลงบนผิวเนียนราวกับจะพยายามสร้างภาพวาด ชั้นเอก





Clouds filled with stars cover the skies
And I hope it rains, you're the perfect lullaby
What kinda dream is this?







“ดะ...เดี๋ยวก่อน”

เพราะเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยทำให้จุนซู
รู้สึกตัวว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นต่อไป มือเล็กดันแผงอกแกร่งออกเล็กน้อยเพื่อรักษาระยะห่าง ดวงตาเรียวจ้องมองเข้าไปในตาของอีกคนอย่างเว้าวอน แต่อีกคนกลับส่งสายตาเจ้าเล่ห์กลับมาให้แทน พร้อมกับขยับแนบชิดตัวจุนซูมากขึ้นไปอีก ริมฝีปากบางถูกจู่โจมโดยริมฝีปากอิ่มอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ในตอนนี้ไร้ซึ่งคำพูดใดๆอีกจะมีเพียงก็แต่เสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ เท่านั้น ตอนแรกก็ดูเหมือนเขาจะขัดขืนไปบ้างแต่ไม่รู้ว่าเพราะใครอีกคนมีเวทมนตร์หรือ อย่างไร ตัวเองถึงได้อ่อนระทวยทุกครั้งที่ได้รับสัมผัสจากคนตรงหน้านี้ อุณหภูมิในห้องพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆจนไม่อาจจะหยุดได้อีกแล้ว ร่างกายของทั้งสองคนแทบจะบดเบียดเป็นเนื้อเดียวกันเสียให้ได้ เสียงหวานที่ครางฟังไม่ได้ศัพท์บอกถึงความสุขสมของเขาได้เป็นอย่างดี





You could be a sweet dream or a beautiful nightmare
Either way I don't wanna wake up from you






ดวงตากลมค่อยๆลืมขึ้นอย่างช้
าๆเพราะความเหนื่อยอ่อนของร่างกาย จุนซูลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วสองมือป่ายปัดไปบนที่นอนของตัวเอง บนนั้นไม่มีแม้กระทั่งรอยยับย่นใดๆให้เห็นเลยแม้แต่น้อย แต่ว่าความปวดเมื่อยตามร่างกายที่เกิดขึ้นนี้มาจากไหน เขาทำได้เพียงเก็บความสงสัยเอาไว้แล้วบอกกับตัวเองว่าเมื่อคืนนี้มันเป็น เพียงแค่ฝันเท่านั้น ทว่าหากมันเป็นเพียงแค่ฝันจริงทำไมเขาถึงได้รู้สึกว่ามันเหมือนจริงถึงขนาด นั้น จุนซูพยายามลุกขึ้นจากเตียงนุ่มของตนแต่ทันทีเมื่อเท้าลงน้ำหนักเพื่อพยุง ตัวให้ยืนขึ้น เขาก็รู้สึกปวดร้าวที่ช่วงล่างมากมายเหลือเกิน แก้มทั้งสองข้างขึ้นสีชมพูฝาดทันใดเนื่องจากในความคิดตอนนี้นึกถึงเรื่อง เมื่อคืนนี้ ต้องเป็นเพราะเจ้าฝันนี่แน่ๆที่ทำให้เขาปวดร้าวได้ขนาดนี้





หลังจากที่จัดการตนเองเรียบร้
อยเขาก็พาตัวเองไปทำงานตามปกติ วันนี้เขารู้ดีว่าต้องเตรียมตัวต้อนรับเจ้านายคนใหม่จึงมาถึงที่บริษัทเร็ว กว่าปกติ จุนซูเดินตรวจความเรียบร้อยไปรอบๆห้องทำงานส่วนตัวของตำแหน่งรองประธาน บริษัท และเมื่อพบว่าทุกอย่างเป็นระเบียบแล้วเขาก็ค่อยๆเปิดประตูไม้สักอย่างระวัง นัยน์ตาสีอ่อนประสานเข้านัยน์ตาสีเข้มอย่างตกใจ เขายืนนิ่งตัวแข็งเป็นหินไปแล้วในเวลานี้.... นี่คือเรื่องตลกหรืออย่างไร โครงหน้าและองค์ประกอบบนใบหน้าช่างเหมือนกันเหลือเกิน ยิ่งโดยเฉพาะตาคมคู่นั้นยิ่งทำให้เขามั่นใจว่าคนตรงหน้าคือคนเดียวกันกับคนๆ นั้น...คนที่อยู่ในฝัน






Sweet dream or a beautiful nightmare
Somebody pinch me, your love's too good to be true

My guilty pleasure, I ain't going no where
Baby long as you're here I'll be floating on air
'Cause you're my






“เป็นอะไรไปหรือเปล่า”


มือใหญ่เขย่าตัวคนที่ยืนอึ้งเมื่
อสักครู่ให้รู้สึกตัว ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยให้กับท่าทางประหลาดใจของคนตรงหน้า จุนซูนั้นไม่รู้ตัวเลยว่าเวลาที่ตนทำแสดงอาการแบบนั้นทำให้หัวใจของใครอีกคน หวั่นไหวอย่างรุนแรง เขาเพิ่งรู้สึกตัวว่าตนนั่งอยู่บนโซฟาหนังราคาแพงในห้องทำงานของเจ้านาย แล้วก็เพิ่งรู้ด้วยว่าเขาโดนจ้องมองด้วยสายตาแปลกๆของใครอีกคน



“เอ่อ...ผมไม่เป็นอะไรครับ”



จุนซูอึกอักตอบออกไปเพราะรู้สึกอึ
ดอัดเหลือเกินที่ถูกจ้องมองด้วยสายตาอย่าง นั้น แถมด้วยที่ตนมานั่งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของเจ้านาย ถ้ารองประธานคนใหม่รู้เข้าเขาต้องโดนเด้งออกจากงานเป็นแน่แท้



“คุณแน่ใจนะ...เพราะเห็นคุณหน้
าซีดมากเลย”


“ครับ...”


“คุณคงจะเป็นคุณคิม จุนซูเลขาส่วนตัวของผมสินะ”




อีกไม่กี่วินาทีต่อมาจุนซูก็ต้
องตกใจอีกครั้ง เขาถลึงตาจ้องมองเจ้านายอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลยสักนิด เพราะนอกจากคนๆนี้จะเหมือนผู้ชายที่อยู่ในฝันของเขาแล้ว คนตรงหน้ายังมีฐานะเป็นเจ้านายคนใหม่ของเขาอีก มันช่างประหลาดเหลือเกินที่คนในฝันจะเหมือนกับชายหนุ่มตรงหน้าเขานี่ จุนซูรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวบนแก้มเนียนใสของตัวเอง ถึงตอนนี้คุณเจ้านายเขยิบเข้ามาใกล้เขามากกว่าที่ควรจะเป็นหลายเท่านัก จนใบหน้าของทั้งสองแทบจะแนบชิดกันอยู่แล้ว ฝ่ามืออุ่นทาบลงบนหน้าผากมนของคุณเลขาอย่างอ่อนโยนเพื่อวัดอุณหภูมิของคนที่ ตัวเล็กกว่า



“เอ...ก็ไม่มีไข้นี่ แต่ทำไมหน้าถึงแดงอย่างนั้นล่ะ”


“ผมไม่เป็นไรครับ...ต้องขอตัวก่
อน”



จุนซูรีบลุกแล้วเดินออกมาจากห้
องของเจ้านายอย่างรวดเร็ว แม้จะเดินออกมาจากห้องนั้นได้สักพักหนึ่งแล้ว แต่เขาก็ยังคงได้ยินเสียงหัวใจของตนที่เต้นระรัวอยู่ในอก จุนซูไม่อาจเข้าใจได้เลยว่าทำไมเขาจึงต้องฝันถึงเจ้านายคนใหม่ด้วย ทั้งที่ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อนด้วยซ้ำ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกร้อนวุบวาบภายในร่างกาย เขาส่ายศีรษะเร็วๆสองสามทีเพื่อไล่ความคิดตัวเองออกไป ก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะและทำงานตามปกติ




I mention you when I say my prayers
I wrap you around all of my thoughts
Boy you're my temporary high






~~~~~.~~~~~.~~~~~







I wish that when I wake up you're there
To wrap your arms around me for real
And tell me you'll stay by side






“อื้อ....”




สองร่างนั้นแนบชิดหลอมรวมเป็นหนึ่
งเดียว ความต้องการมากมายของคนทั้งคู่ถูกส่งผ่านให้แก่กัน ในเวลานี้มีเพียงความปรารถนาในรสกายของอีกฝ่ายเท่านั้น ความร้อนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนทำให้หยาดน้ำใสหลั่งออกมาตามส่วนต่างๆของ ร่างกาย ใบหน้าที่ชื้นเหงื่อของใครอีกคนช่างดูยั่วยวนยิ่งนักในเวลาแบบนี้ สายตาที่มองมาไม่ต้องบอกก็รู้ได้ว่ามันสื่อถึงอะไร ริมฝีปากอิ่มขบเม้มไล่ไปตามหน้าท้องขาวของคนข้างใต้อย่างเอาใจ ร่างบอบบางทำได้เพียงบิดเร่าเพราะความรู้สึกอัดแน่นที่ก่อตัวขึ้นภายใน สมองขาวโพลนไม่รับรู้ถึงสิ่งใดๆรู้แค่เพียงว่าต้องการใครอีกคนมากเหลือเกิน สัมผัสที่ปวดร้าวในคราแรกค่อยๆจางหายไปพร้อมกับสติสัมปชัญญะทั้งหมด สัดส่วนโค้งเว้าของคนทั้งคู่สอดประสานรับกันได้เป็นอย่างดี ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดลงบนผิวกายส่งผลเหมือนกระแสไฟแล่นไปทั่วร่าง ความสุขสมแล่นพล่านเข้ามาในทุกอนุ กระทั่งความปรารถนาถูกปลดปล่อยจนหมดสิ้น







“แฮ่ก.. แฮ่กๆ”






ยูชอนผลักตัวขึ้นจากเตียงอย่
างรวดเร็วด้วยความตกใจ เขาเพิ่งสะดุ้งตื่นขึ้นจากฝันที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นฝันดีและฝันร้าย ยูชอนเริ่มฝันอะไรแปลกๆตั้งแต่ที่ได้พบกับเลขาคนใหม่ และฝันนั้นก็เหมือนกันแทบทุกคืน มันมักจะทำให้เขาตื่นขึ้นกลางดึกเสมอเมื่อถึงช่วงนั้นทุกครั้ง มือใหญ่กุมที่หน้าอกด้านซ้ายของตน หัวใจเต้นรัวราวกับจะพยายามบอกอะไรบางอย่างกับเจ้าของ เหงื่อที่ชื้นบนใบหน้าและไรผมบ่งบอกได้ดีว่าเขาเองรู้สึกดีกับสิ่งที่เกิด ขึ้นในฝันนั้นมากเท่าใด ยูชอนดันตัวยืนขึ้นและเดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายอีกครั้ง ในสมองของเขาตอนนี้ดูเหมือนจะคิดถึงเพียงแต่ใบหน้าเย้ายวนของคุณเลขา เท่านั้น ชายหนุ่มยังไม่สามารถชี้ชัดถึงความรู้สึกของตนได้เขานั้นสับสนมากเกินไป ระหว่างความรู้สึกนึกคิดในฝันกับเรื่องจริงที่เกิดขึ้น เขาควรจะทำอย่างไรดีในเมื่อตนคิดอะไรที่ไม่บริสุทธิ์ใจกับคนๆนั้นเสียแล้ว




Clouds filled with stars cover the skies
And I hope it rains, you're the perfect lullaby
What kinda dream is this?

You could be a sweet dream or a beautiful nightmare
Either way I don't wanna wake up from you

Sweet dream or a beautiful nightmare
Somebody pinch me, your love's too good to be true

My guilty pleasure, I ain't going no where
Baby long as you're here I'll be floating on air
'Cause you're my

You can be a sweet dream or a beautiful nightmare
Either way I don't wanna wake up from you









~~~~~.~~~~~.~~~~~







Tattoo your name across my heart so it will remain
Not even death can make us part
What kinda dream is this?







“วันนี้บอสมีงานเลี้ยงปีใหม่
นะครับ ตั้งแต่ช่วงหนึ่งทุ่มเลยไปจนถึงเที่ยงคืน”

วันนี้เสื้อผ้าที่จุนซูใส่เป็นเสื้
อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน เน็คไทสีดำเส้นเล็ก ผมสีน้ำตาลเพลิงถูกจัดทรงไว้อย่างลวกๆ ส่วนประกอบทั้งหมดที่กล่าวมากำลังจะทำให้ใครอีกคนต้องเป็นบ้า เพราะเขานั้นรู้สึกร้อนวุบวาบตั้งแต่ที่เห็นคุณเลขาส่วนตัวเมื่อเช้านี้ คนเป็นเจ้านายรู้ดีว่าจุนซูแต่งตัวแบบนี้ทุกวันเป็นธรรมดา แต่เหตุใดหนอที่เขาจะต้องมารู้สึกอึดอัดร้อนผ่าวร่างกายในวันนี้ด้วย ดูเหมือนว่าตารางงานที่เสียงแหบหวานเอ่ยออกมาจะไม่เข้าหูของยูชอนเลยแม้แต่ น้อย นัยน์ตาสีนิลมัวแต่ลอบมองสัดส่วนต่างๆของคนตรงหน้าอย่างเพลิดเพลิน




“คุณยูชอนครับ... คุณยูชอน”


“อะ...ฮะ เมื่อกี้ว่ายังไงนะ”


“ผมบอกว่าวันนี้คุณมีงานเลี้
ยงครับ”


“อ่อ...ว่าแต่ คุณจะไปด้วยไหม...คืนนี้?”




เลือดที่ไหลวนภายในต่างแข่งกันวิ่งขึ
้นมารวมที่แก้มกลมน่ารัก ดวงตาเรียวจากที่เคยมองใบหน้าหล่อนั้นตรงๆกลับต้องเสมองไปทางอื่นแทนเพราะ ความขวยเขิน จุนซูรู้ดีว่าเขาไม่ควรรู้สึกแบบนี้กับเจ้านายของตนเนื่องจากมันไม่ถูกต้อง เมื่อแรกเริ่มที่พบกันเขานั้นไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองรู้สึกเช่นไร ทว่าพอเวลาผ่านไปนานวันเข้า เจ้าของร่างบอบบางจึงได้รู้ว่าหัวใจรู้สึกแบบไหน ยิ่งได้ใกล้ชิดมากขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งทำให้รู้สึกถึงสิ่งนั้นมากขึ้น ทว่ามันคงจะเป็นไปไม่ได้เพราะเขารู้ว่ายูชอนนั้นไม่ได้รู้สึกแบบที่เข้า รู้สึกเลย




“...ครับ ผมมีหน้าที่จัดการเรื่องต่
างๆแล้วคอยบอกรายชื่อแขกที่จะเข้ามาในงานคืนนี้กับบอส”

“ถ้าอย่างนั้น... ผมจะไปรับคุณที่บ้านตอนหกโมงเย็
นแล้วกันนะ”




ร่างอ้อนแอ้นดูน่าทะนุถนอมของจุนซู
ในวันนี้อยู่ในเสื้อเชิ้ตสีอ่อน กางเกงผ้าเนื้อดีสีกรมท่า รองเท้าหนังสีดำมันเงา เขาจ้องมองตัวเองอยู่ในกระจกเป็นเวลาเกือบชั่วโมงได้แล้ว เนื่องด้วยตัวเองนั้นไม่มั่นใจเลยที่จะต้องออกงานครั้งแรกกับยูชอน ตนกลัวว่าจะแต่งตัวดูไม่ดีพอที่จะยืนเคียงข้างท่านรองประธานคนใหม่นี้ แต่ที่สำคัญจริงๆแล้วจุนซูกลัวว่ายูชอนเห็นแล้วจะไม่ประทับใจในตัวเขาเสีย มากกว่า เขาเป็นผู้ชายจะไปสวยใสเหมือนผู้หญิงได้อย่างไร แค่เพียงในความคิดเขาก็รู้อยู่แล้วว่าเรื่องระหว่างตนกับเจ้านายเป็นไปไม่ ได้




'넌 나를 원해 넌 내게 빠져 넌 내게 미쳐 넌 나의 노예 I got you under my skin'




เสียงสายเรียกเข้าเฉพาะดังขึ้นจากมื
อถือสีดำเงาเครื่องเล็ก ร่างบอบบางสะดุ้งเล็กน้อยเพราะตนมัวแต่ส่องกระจกเพื่อความมั่นใจ นิ้วเรียวกดรับสายพิเศษนั้นอย่างตื่นเต้น จุนซูสุดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ก่อนที่จะยกมันขึ้นแนบหูตน เสียงเล็กเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพียงไม่นานรถสีเงินสไตล์โฉบเฉี
่ยวของยูชอนก็ขับออกจากคอนโดพร้อมกับที่มีคุณเลขาโดยสารไปด้วยกัน




You could be a sweet dream or a beautiful nightmare
Either way I don't wanna wake up from you






เวลาล่วงเลยผ่านไปจนเที่ยงคืนกว่
างานเลี้ยงวันปีใหม่ของบริษัทก็จบลง จุนซูถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเหนื่อยและง่วงนอนเต็มทน นัยน์ตาสีอ่อนสอดส่องมองหาชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านายทั่วบริเวณแต่ตนก็ไม่เจอ เป้าหมายเลย เขาทรุดตัวลงนั่งบนขอบสระบัวใหญ่ที่อยู่ข้างนอกโรงแรม ศีรษะกลมแหงนมองขึ้นไปบนฟ้าอย่างเศร้าสร้อย ดวงดาวในคืนนี้ไม่ต่างอะไรกับในคืนนั้นที่เขาฝันก่อนหน้าที่จะเจอกับยูชอน จริงๆ ขอบตาสวยร้อนผ่าวเล็กน้อยเพราะความรู้สึกที่แปรปรวนภายในจิตใจ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเรื่องระหว่างตนกับยูชอนไม่มีวันเป็นไปได้แต่เขาก็ยัง ห้ามความรู้สึกเกินเลยไม่ได้เสียที




“...”




ร่างสูงภูมิฐานเดินตรงเข้าไปยังที่
ที่ร่างเล็กนั่งอยู่ แต่เมื่อเข้าไปใกล้ยูชอนก็สังเกตเห็นบางอย่างบนแก้มขาวเนียน สิ่งนั้นคือหยดน้ำสีใสที่ไหลงมาเป็นทางสะท้อนกับแสงของดวงดาราบนท้องฟ้า เขารู้สึกถึงความหนักอึ้งภายในช่องอก หัวใจดวงน้อยเหมือนถูกบีบจากคีมเหล็กด้วยแรงมหาศาล ยูชอนไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกปวดร้าวมากขนาดนั้น เขาบอกได้เพียงว่าไม่อยากให้คนๆนั้นต้องเสียน้ำตา เขาอยากเห็นแต่รอยยิ้มของจุนซูเท่านั้น




“จุนซู..”




เสียงทุ้มนุ่มเปล่งออกไปอย่างแผ่วเบา ทว่าถึงจะเบาสักเพียงไหนจุนซูก็
ได้ยินมันเพราะเสียงนั้นเป็นเสียงที่คุ้นเคย มือเล็กรีบปาดหยาดน้ำบนใบหน้าทิ้งไปด้วยความรวดเร็ว เขาไม่อยากให้ยูชอนต้องเห็นมันเนื่องจากไม่อยากตอบคำถามใดๆทั้งสิ้น ถ้าไม่เช่นนั้นความรู้สึกที่ถูกเก็บไว้อาจจะถูกเปิดเผย แล้วความสัมพันธ์ระหว่างกันและกันอาจไม่เหมือนเดิม ใบหน้าน่ารักหันไปหันเจ้าของเสียง เขาฝืนยิ้มออกมาเพื่อเก็บความปวดร้าวไว้ภายใน



“กลับกันเถอะ เดี๋ยวผมไปส่งนะ”

“อะ...เอ่อ ครับ”




รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวเข้
ามาในลานจอดรถของคอนโดและจอดสนิทเป็นที่เรียบร้อย ยูชอนมองแอบลอบมองด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เขาอยากจะบอกเหลือเกินว่าตัวเองแอบมีความรู้สึกดีๆให้กับจุนซูตั้งแต่ที่ได้ พบกันครั้งแรก เขารู้สึกว่าอยากจะอยู่ใกล้ๆและคอยดูแลคุณเลขา ซึ่งแค่นี้มันอาจจะไม่ชัดเจนนักสำหรับคำว่าชอบ แต่เขาก็อยากที่จะเปิดโอกาสให้กับตนเองด้วยการบอกความรู้สึกที่มีออกไปให้ อีกคนได้รับรู้ เขาไม่อยากที่จะต้องให้มันเป็นเพียงความฝันอีกแล้ว



“จุนซูครับ ถึงบ้านคุณแล้วล่ะ”



คนที่ถูกเรียกเพิ่งรู้สึกตัวว่
ารถยนต์ได้จอดสนิทแล้ว เขาหันไปสบตาเข้ากับยูชอน นัยน์ตาคู่นั้นยังคงสื่อข้อความเดิมเหมือนกันกับที่เขาเคยเห็นในฝัน แต่คุณเลขากลับบอกว่าตนนั้นคิดไปเอง เพราะเขาทราบดีว่าคนที่เป็นถึงรองประธานบริษัทคงไม่มีวันหันมาสนใจเลขาส่วน ตัวอย่างเขาแน่นอน ความเงียบสงัดที่น่าอึดอัดเกิดขึ้นภายในห้องโดยสารอย่างห้ามไม่ได้ จนกระทั่งจุนซูเป็นฝ่ายพูดออกมาก่อนเพื่อทำลายความน่าอึดอัดนั่น



“ขอบคุณบอสมากนะครับที่มาส่ง... พรุ่งนี้เช้าพบกันใหม่นะครับ”



เมื่อเสียงแหบเสน่ห์เอ่ยจบ มือเล็กก็เปิดประตูรถแทบจะทันที ในขณะที่จุนซูกำลั
งจะลงจากรถเขากลับรู้สึกได้ถึงแรงดึงที่ข้อมือเสียก่อน ศีรษะกลมหันกลับไปมองตามแรงดึงนั้น นัยน์ตาสีอำพันมองจ้องลึกลงไปในดวงตาสีรัตติกาลของยูชอนด้วยความไม่เข้าใจ ที่จริงแล้วคุณเจ้านายไม่จำเป็นต้องมาส่งเขาถึงบ้านเลยด้วยซ้ำ ยิ่งทำอย่างนี้เขาก็ยิ่งรู้สึกดีๆกับชายหนุ่มมากขึ้นทุกที จนเมื่อมาถึงเวลาหนึ่งเขาอาจจะห้ามความรู้สึกที่มีทั้งหมดไว้ไม่อยู่อีกต่อ ไป



“ให้ผมขึ้นไปส่งจุนซูข้างบนได้
ไหม?”

“กะ...ก็ได้ฮะ”



Sweet dream or a beautiful nightmare
Somebody pinch me, your love's too good to be true





บรรยากาศภายในลิฟต์หรูมีเพียงความเงี
ยบที่น่ากระอักกระอวนเท่านั้น เป็นอีกครั้งที่รองประธานแอบลอบมองคุณเลขา ส่วนจุนซูเองก็รู้ดีว่าตัวเองถูกแอบมองอยู่เช่นกัน เมื่อถึงชั้นบนสุดประตูลิฟต์จึงเปิดออก แม้จะออกมาจากกล่องสี่เหลี่ยมนั่นแล้วทว่าทั้งคู่ก็ยังรู้สึกอึดอัดอยู่ดี ขาเรียวเล็กเดินไปตามทางที่คุ้นเคยจนกระทั่งหยุดลงตรงหน้าห้องของตัวเอง เสียงเล็กเอื้อนเอ่ยคำบอกลาอีกครั้งด้วยความยากลำบาก พร้อมกับเสียบคีย์การ์ดเพื่อเปิดประตูห้องของตนออก



“ขอบคุณครับที่มาส่ง แล้วพบกันพรุ่งนี้นะครับ”

“เดี๋ยวสิ... คุณจะใจร้ายไม่เชิญผมเข้าบ้
านหน่อยเหรอ”



เสียงเว้าวอนที่คนอายุเกือบจะสามสิ
บพูดมันอาจจะฟังดูไม่น่ารักเท่าไหร่สำหรับใคร หลายคน ทว่าสำหรับคนที่แอบชอบยูชอนแล้วมันทำให้เขาใจอ่อนปวกเปียกขึ้นมาเลยทีเดียว มีหลายครั้งที่บอสมักจะอ้อนเลขาอย่างจุนซูให้ทำสิ่งที่ต้องการ และทุกครั้งที่ยูชอนใช้เสียงแบบนั้นคุณเลขาก็มักจะพ่ายแพ้จนยอมทำตามอยู่ เสมอ ยูชอนที่เห็นเจ้าของห้องก้าวเข้าไปในห้องโดยไม่ตอบอะไรก็รู้สึกผิดหวังขึ้น มาทันที ชายหนุ่มหันหลังและกำลังจะเดินออกจากที่ตรงนั้น แต่เขาก็ต้องหยุดการกระทำนั้นเพราะได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเรียกรั้งเขาไว้ เสียก่อน



“คุณยูชอน... เข้ามาก็ได้ครับ”



คำเชื้อเชิญที่ถูกพูดออกไปทำให้จุ
นซูเพิ่งรู้ตัวว่าในใจไม่เหลือภูมิต้านทาน ใดๆกับผู้ชายตรงหน้านี้อีกแล้ว ด้านยูชอนที่ได้ยินเช่นนั้น จากใบหน้าหล่อที่ห่อเหี่ยวก็กลับมาสดใสขึ้นทันที ขายาวรีบก้าวเข้าไปภายในบ้านของคุณเลขาอย่างรวดเร็ว พร้อมโปรยยิ้มทรงเสน่ห์ให้กับอีกคนจนถึงกับต้องเคลิ้มไปเลยทีเดียว



“บ้านคุณน่ารักดีนะ เหมือนกันกับเจ้าของเลย”

“เจ้านายจะดื่มอะไรหน่อยไหมครั
บ...”


จุนซูเลี่ยงที่จะตอบรับคำชมนั้นด้
วยการเปลี่ยนข้อสนทนาไปเป็นอย่างอื่นแทน เขารู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แก้มใสของตัวเองอีกครั้ง และครั้งนี้มันชัดเจนมากกว่าครั้งไหนด้วย ความร้อนวุบวาบก่อตัวขึ้นอีกครั้งภายในช่องท้องของตน ไม่ชอบเลยที่มักเกิดความรู้สึกแบบนี้กับยูชอน



“ไวน์ก็ดีนะ เราจะได้ฉลองปีใหม่กันสองคนด้
วยไงล่ะ”

“งั้น...รอสักครู่นะครับ เจ้านาย..”



เขาพาตัวเองเดินเข้าไปในส่วนของห้
องครัวขนาดกระทัดรัด พร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงราวกับจะหลุดออกมา ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมยูชอนถึงต้องมาให้ความหวังกันด้วย หากไม่ได้คิดอะไรก็อย่าทำให้หวังได้ไหมนะ แต่ก็นึกโทษตัวเองเช่นกันที่ยอมให้คนๆนี้เข้ามามีอธิพลเหนือจิตใจได้ขนาดนี้ จุนซูถอนหายใจยาวเพื่อพาเอาความหนักอึ้งออกจากอก




ด้านยูชอนเองที่ไม่ยอมรออยู่ด้
านนอกก็เดินเข้ามา เขาเห็นทุกอิริยาบถของเจ้าของบ้าน ชายหนุ่มมองมันด้วยความหลงใหล แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจุนซูถึงต้องถอนหายใจด้วย เขาเขยิบตัวเองเข้าไปใกล้อีกนิดแล้วสวมกอดคนน่ารักจากทางด้านหลัง ไม่รู้เพราะเหตุใดถึงเลือกที่จะทำแบบนั้น เขารู้แค่เพียงว่าอยากจะทำในสิ่งที่ตนอยากทำ รู้สึกในสิ่งที่ตนรู้สึก



“คุณยูชอน...ทำแบบนี้ทำไม?”



เสียงอ่อนหวานพูดด้วยความสั่นเครือ มีความรู้สึกมากมายที่ตนไม่
สามารถอธิบายได้ไหลผ่านเข้ามาทางร่ากาย จะบอกว่าชอบที่โดนกอดแบบนี้ก็ไม่ถูกแต่จะบอกว่ารู้สึกผิดก็ไม่ได้เช่นกัน จมูกโด่งฉวยโอกาสสูดดมกลิ่นเฉพาะตัวของจุนซู ไรขนอ่อนตามสัดส่วนต่างๆลุกขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ ความร้อนวุบวาบก่อตัวขึ้นอีกครั้ง หากไม่ใช่ภายในท้องอย่างเดียวแต่มันกลับเกิดขึ้นกับทุกส่วนที่แนบชิดกับยู ชอน ความรู้สึกแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อน เขารู้ดีว่ามันคือความรู้สึกเดียวกันกับในความฝัน






เมื่อการกระทำของอีกคนใกล้เลยเถิดแต่
กว่าจะรู้ตัวจุนซูก็นอนอยู่บนเตียงของตัวเอง เสียแล้ว ไม่ใช่เพียงใบหน้ากลมที่ขึ้นสีระเรื่อแต่แทบทุกสัดส่วนที่เสื้อผ้าเปิดออกก็ ล้วนแต่มีสีระเรื่อทั้งนั้น นัยน์ตาสีอ่อนจ้องลึกลงไปในดวงตาสีนิลอย่างไม่กลัวเกรง เขาต้องการจะหาคำตอบบางอย่างจากยูชอน เขาต้องการจะรู้ว่าทำไมชายหนุ่มถึงได้ทำแบบนี้ เห็นเขาเป็นเพียงของเล่นหรืออย่างไร ของเล่นที่นึกจะทำอะไรก็ได้งั้นหรือ




“บอกผมสิว่าทำไม? ทำไมถึงต้องทำแบบนี้? เห็นผมเป็นของเล่นหรือไง”



“ไม่ใช่ นะจุนซู... คือ ผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไม ผมรู้สึกแปลกๆทุกครั้งที่ได้อยู
่ใกล้กับคุณ ตั้งแต่แรกเห็นแล้วผมก็มักจะรู้สึกอะไรบางอย่างกับคุณ”


“แล้วยังไงล่ะ...คุณยูชอน เหตุผลแค่นั้นมันไม่
มากพอหรอกนะ”


“ผมเริ่มฝันถึงคุณตั้งแต่ที่เราได้
เจอกันครั้งแรก และมันก็เหมือนกันทุกครั้ง ผมไม่รู้อธิบายยังไงให้จุนซูเข้าใจแต่ผมอยากจะบอกว่าผมรู้สึกดีกับคุณมาก เหลือเกิน มากจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว”




นิ้วเรียวเล็กถูกยกขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากสีแดงอวบอิ
่มของคนที่กำลังพูดอยู่ เพื่อเป็นสัญญานบอกให้ยูชอนไม่ต้องอธิบายอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว เพียงแค่นี้ก็ทำให้เขานั้นมั่นใจในสิ่งที่ยูชอนรู้สึกได้แล้ว อาจจะฟังดูเหมือนเขานั้นใจง่ายแต่เมื่อได้ยินเช่นนี้เขาเองก็ไม่สนใจสิ่งใด อีกต่อไปแล้ว สองมือเล็กโอบรอบคอของคนด้านบน จุนซูผลักตนขึ้นมาจากเตียงแล้วก็ประกบริมฝีปากตนเข้ากับของยูชอนอย่างแผ่ว เบา ก่อนจะเอื้อนเอ่ยบอกสิ่งที่เป็นความลับที่เก็บไว้มานานเช่นกัน



“ความจริงแล้วผมฝันก่อนที่จะได้
มาเจอกับคุณยูชอนซะอีก แต่ผมไม่รู้หรอกนะว่ามันเหมือนอย่างที่คุณฝันหรือเปล่า แต่ตอนนี้ผมอยากจะบอกคุณว่าผม...อาจจะรักคุณเข้าแล้วก็ได้นะ”





My guilty pleasure, I ain't going no where
Baby long as you're here I'll be floating on air
'Cause you're my

You can be a sweet dream or a beautiful nightmare
Either way I don't wanna wake up from you
(Turn the lights on)
Either way I don't wanna wake up from you








THE END (?)
 
 

edit @ 2 Mar 2010 22:53:22 by Jinna