Chance : หน้าที่ 1
posted on 03 Dec 2010 00:32 by jun-na in 2kimTitle: Chance
Status: หน้าที่ 1
Author: nnna, J_na (เหมือนกันแหละ ฮ่าๆๆ)
Rating: NC 17 (เป็นการตั้งเรทที่ไร้มาตรฐานอย่าไปเชื่อมันนะคะ 5555+)
Status: หน้าที่ 1
Author: nnna, J_na (เหมือนกันแหละ ฮ่าๆๆ)
Rating: NC 17 (เป็นการตั้งเรทที่ไร้มาตรฐานอย่าไปเชื่อมันนะคะ 5555+)
ตัวข้านั้นจักเป็นได้เพียงดอกกุหลาบที่แปดเปื้อนหาได้มีความบริสุทธิ์ผุดผ่องเหลืออยู่ไม่
ไยเล่าใครจักสนใจ อันเมื่อตัวข้าเองได้เลือกแล้วว่าต้องเป็นเจ้าแต่เพียงผู้เดียว
ไยเล่าใครจักสนใจ อันเมื่อตัวข้าเองได้เลือกแล้วว่าต้องเป็นเจ้าแต่เพียงผู้เดียว
ในยุคสมัยท่ามกลางความมั่งคั่งของชนชั้นสูง อันมาจากการติดสินบน ฉ้อราษฎร์บังหลวง ทำให้ผู้คนชนชั้นล่างลำบากยากแค้นมากกว่าในสมัยใดที่เคยจารึกไว้ โดยเฉพาะครอบครัวที่ขาดหัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่อย่างคนเป็นพ่อยิ่งมิต้องเอ่ยถึงแต่อย่างใด พวกเขานั้นตรากตรำและอดยากมากนัก หลายครัวเรือนได้ขายลูกหลานของตนเพื่อใช้หนี้ บ้างก็ตกแต่งเป็นอนุภรรยา แต่ถ้าหากเป็นชายก็ต้องถูกใช้แรงงานดั่งทาสผู้หนึ่ง แต่หามีใครรู้ไม่ว่าคำจำกัดความของคำว่าทาสเป็นเช่นไร
จุนซูยืนมองเงาสะท้อนของตนในกระจกบานใหญ่เท่าตัวคน ใบหน้ากลมมน ผิวขาวผ่องเป็นยองใยตัดกับสีแดงของผ้าไหมปักด้ายดำช่วยขับให้เนื้อนวลดูงามหมดจดยิ่งกว่าเดิม ด้วยความโชคร้ายหรืออย่างไรเพราะเมื่อถูกใครเห็นเข้าจำต้องถูกตาต้องใจเสมอ ผมสีดำเหลือบน้ำตาลถูกรวบเป็นมวยตรึงไว้ด้านหลังด้วยปิ่นหยกราคาแพง ดอกไม้สีขาวทัดประดับไว้บนใบหูขวาเพื่อความสวยงาม เสื้อผ้าเนื้อดีที่ถูกผลัดเปลี่ยนเมื่อครู่ทำให้เขากลัวยิ่งนัก ในใจรู้ดีว่าเพราะเหตุใดตนจึงได้มีโอกาสสวมใส่มัน หากแต่เขาไม่ต้องการเลยแม้เพียงนิด
"รีบไปหานายท่านได้แล้ว จักชักช้าอยู่ไยเล่า"
เด็กหนุ่มยืนอ้อยอิ่งถ่วงเวลาอยู่นานสองนานแล้ว แม่บ้านใหญ่เห็นจึงทนไม่ได้หากเขาไม่ไปหาผู้เป็นนายในไม่ช้า ด้วยนางเองจำต้องโดนเอ็ดเป็นแน่แท้ นางทั้งจับและดึงข้อมือบางของจุนซูเอาไว้แน่น เพราะกลัวว่าทาสผู้นี้จะ ขัดขืนและหนีไป ทว่าในความเป็นจริงแล้วเขานั้นไม่คิดจะทำอะไรเช่นนั้นเลย สำนึกส่วนลึกคอยเตือนอยู่เสมอว่าทำไมตนจึงต้องอยู่ที่นี่ทั้งที่อยากจะหลีกหนีไปให้ไกลก็ตาม
ทางเดินผ่านสวนสวยช่างสั้นกว่าทุกวันที่เคยเดิน ลมหนาวพัดผ่านตัวจุนซูไปราวกับจะต้องการต้อนรับสิ่งใหม่ทีกำลังจะเกิดขึ้น หากข้ามสะพานไม้นี้ไปเขาจะไม่มีวันถอยกลับได้อีก คำว่า "ทาส" จะอยู่ติดตัวเขาไปตลอดมิอาจลบเลือน ขาเรียวเล็กเหยียบลงบนบันไดไม้ขั้นสุดท้ายของสะพานด้วยความหวาดหวั่น กลัวเหลือเกินกับสิ่งที่จะเริ่มต้นในอีกไม่ถึงอึดใจข้างหน้านี้ เมื่อเดินมาถึงที่หมายแม่บ้านใหญ่ก็จัดการ ถอดรองเท้าแดงปักดิ้นดำเช่นเดียวกับเสื้อผ้าไหมของจุนซูออกเสีย หัวใจดวงน้อยเต้นร่ำจนไม่อาจควบคุม ใบหน้าขาวขึ้นสีชมพูเพราะความร้อนได้ไปกระจุกตัวอยู่บนนั้น เท้าเล็กก้าวขึ้นบนชานเรือนอย่างเก้กังด้วยชุดฮันบกแบบหญิงสาวทำให้เขาเดินไม่ถนัดเอาเสียเลย
บานประตูไม้ชั้นสุดท้ายถูกเลื่อนออกพร้อมเผยให้เห็นทัศนียภาพของสวนต้องห้ามด้านใน แสงจันทร์ของเต็มดวงที่ส่องลงมาทำให้ร่างของชายหนุ่มผู้เป็นนายดูน่าเกรงขามมากกว่าปกตินัก คลื่นความรู้สึกประหลาดไหลวนเข้ามาในร่างของตัวทาสน้อยผู้ต่ำต้อย ดวงตาเรียวกระพริบถี่เพื่อปรับให้ชินกับความ มืดในตัวห้องหลังจากที่ฉากเลื่อนปิดสนิทลง เด็กหนุ่มยังคงหยุดยืนอยู่ที่เดิม จนกระทั่งท่านชายเอ่ยออกคำสั่งแกมตำหนิ
"รินเหล้าให้ข้าเร็ว จะมัวยืนอยู่ตรงนั้นจนสว่างเลยหรืออย่างไร?"
"ข้าน้อย...ขออภัยท่านชาย"
ร่างในชุดโบราณสีสดสืบ เท้าเข้าไปอย่างระมัดระวัง บรรยากาศน่าอึดอัดขึ้นอันมาจากตัวเองหวาดกลัวชายหนุ่มที่น่าเกรงขามผู้นั้น เขาค่อยๆนั่งลงข้างใครอีกคนโดยทิ้งระยะห่างไม่ต่ำกว่าสองช่วงตัวคน มือเล็กหยิบจอกเหล้าของเจ้านายแล้วจึงรินสาเกรสเลิศ ไม่ขาดไม่เกินปริมาณเหล้ากำลังพอเหมาะพอดี จู่ๆเมื่อต้องส่งจอกคืนมือเจ้ากรรมกลับสั่นระริกอย่างไม่อาจห้าม นัยน์ตาสีอ่อนเหลือบเห็นรอยยิ้มกริ่มเปื้อนบนใบหน้าของท่านชาย ในใจนึกสงสัยแกมหมั่นไส้เหตุใดจึงแสดงสีหน้าเช่นนั้น
"เจ้าว่าพระจันทร์ในคืนนี้สวยหรือไม่?"
คำถามธรรมดาที่จุนซูไม่คิดว่าผู้เป็นนายจะถามขึ้น เขาเงยหน้าขึ้นไปมองยังท้องนภายามราตรี กลุ่มเมฆสีครึ้มลอยอยู่บนนั้นมากมาย บ้างบดบังดวงจันทร์ไว้บางส่วน จึงทำให้จุนซูอ้อมแอ้มตอบตามความคิดไปว่า "พระจันทร์ในค่ำนี้จักงดงามกว่านี้ หากไม่มีกลุ่มเงาเมฆบดบังบางส่วนของมันไปขอรับ"
"อย่างนั้นหรือ... แล้วคืนนี้จะมีอะไรให้ข้าชมได้อีกนอกจากพระจันทร์เบื้องบนนั่นเล่า"
เขาพูดพลางหันมาสบตบกับทาสรับใช้ ดวงเนตรกลมโตสีน้ำเงินเข้มที่ได้มาจากมารดา ช่างล้ำลึกจนมิอาจบ่งบอกถึงสิ่งใดได้เลย ความหวาดหวั่นเข้าก่อกวนให้ใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะ เมื่อถูกจับจ้องด้วยสายตาเช่นนั้นถึงจะเป็นผู้ชายด้วยกันก็ต้องหวั่นไหวเป็นแน่ จุนซูรู้สึกถึงปรางค์แก้มที่ร้อนผ่าวของตนเอง แต่ก็ไม่ทราบว่ามันแดงขนาดไหนแล้ว จะหลีกหนีหลบสายตาออกมาก่อนก็มิอาจทำได้เพราะทั้งตัวรู้สึกเหมือนโดนตรึงไว้หมดเสียแล้ว
"ว่าอย่างไร... จะให้ข้าชมอะไรได้อีก?"
"อ..."
เพียงครึ่งคำก็มิอาจได้เอื้อนเอ่ย ใบหน้าทั้งสองใกล้ชิดจนแทบจะสัมผัสกัน ระยะห่างสองช่วงตัวหายไปตอนใดยังมิรู้สึก ผิวเนียนละเอียด จมูกปลายมน กลีบปากเชิดอย่างถือดีได้สะกดทุกความสนใจของนายเอาไว้หมด ความร้อนอวลในร่างกายกำยำก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เขารู้ดีว่าตนต้องการสิ่งใดจากทาสตรงหน้านี้ อีกนัยหนึ่งชายหนุ่มก็รับรู้ด้วยว่าจุนซูกำลังหวาดกลัว
"จักกลัวข้าไปไย?"
เขารู้! เขารู้ว่าตนกำลังกลัวเขา เพียงแค่มองมาก็เหมือนกับร่างกายจะทะลุเป็นรูเสียแล้ว สมองน้อยคิดอยู่นานทำอย่างไรถึงจะสามารถหนีออกจากสภาพเช่นนี้ได้ แต่ถึงจะคิดให้หนักก็มิอาจหลบได้อีก ช่องว่างระหว่างที่เหลือเพียงน้อยนิดถูกปิดลง ผิวสัมผัสผิวโดยตรงเพราะบนใบหน้านั้นปราศจากเครื่องผ้าอาภรณ์ใดอยู่แล้ว ริมฝีปากชื้นแตะไล่ไปตามโครงหน้างามของจุนซู ก่อนจะหยุดลงใกล้กับมุมปากของเด็กหนุ่ม
หิมะแรกของปีร่วงหล่นลงบนดวงหน้าที่แนบชิดของคนทั้งคู่ แต่มันก็ละลายหายไปอย่างรวดเร็วเพราะความร้อนที่แผ่ออกมา จุนซูค่อยหลับตาลงช้าๆเพื่อรับจุมพิตจากท่านชาย รสเหล้าขมปร่าแม้ตอนนี้ยังว่าหวานลึกซึ้ง นุ่มหยุ่นเย็นชื้นเพราะหิมะที่กำลังตก แต่ก็อุ่นอยู่ในที ฝ่ายหนึ่งปราถณาสร้างเสน่หาเพื่อครอบครอง ส่วนอีกคนกำลังลุ่มหลงเผลอใจไปกับสัมผัสอันร้อนรุ่ม มือหยาบไล้ลูบแก้มนวลผ่องยามต้องแสงจันทร์รำไร กลีบปากเผยอหอบเอาอากาศหายใจให้ได้มากที่สุดก่อนจะโดนจุมพิตอีกครั้ง
"อะ...อืม"
เสียงครางดังจากในลำคอแผ่วเบา สองกายอิงแอบแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่างใด จุนซูแทบจะหมดแรงในอ้อมอกของท่านชาย ความรู้สึกขมวดขึงในท้องน้อย สายตาหยาดเยิ้มล่อลวงให้หลงไปในภวังค์ กลิ่นกายเฉพาะคล้ายกำยานแต่หอมหวานกว่ามากทำให้อยากจะอยู่ใกล้ชายหนุ่มยิ่งกว่าเดิม คล้ายผึ้งตัวน้อยที่กำลังหลงใหลน้ำหวานจากดอกไม้ไม่มีวันสิ้นสุด
"เข้าข้างในเถอะ..."
คำสั้นแสนธรรมดา แต่ฟังดูลึกซึ้งกว่าสิ่งที่เอ่ยออกมามากนัก ทาสผู้ต่ำต้อยเข้าใจดีว่าสิ่งใดที่นายหมายถึง ใจหนึ่งอยากจะขัดคำสั่งหักห้ามตนเองไว้ หากก็รู้ว่ามิอาจขัดขืนได้ในเมื่อเรื่องดำเนินมาถึงขั้นนี้ ลมหนาวภายนอกหายไปแล้วเหลือเพียงความอบอุ่นจากปล่องความร้อนใต้ตัวบ้านเท่านั้น หลังจากเลื่อนประตูไม้ปิดลงแสงจันทร์ที่เคยให้ความสว่างก็มืดลง
"ท่านชาย..."
จุนซูที่กำลังตื่นตระหนกอยู่เล็กๆยังมิทันได้ตั้งตัวอีกครั้งก็โดนพรมจูบไปทั่วใบหน้าอ่อนเยาว์เสียแล้ว ชื่อเสียงของท่านชายใครจะมิใคร่รู้เล่าบ้างว่าท่านเป็นนักรักตัวฉกาจ แต่หากได้มีหญิงที่รักมั่นเป็นตัวตนไม่ แล้วคนอย่างเขาจะมีดีพออะไรให้ชายหนุ่มรักมั่นนิตย์นิรันด์ ไม่ใช่ทั้ง หญิงงามโฉมสะคราญและไม่ใช่ทั้งนางคณิกาผู้ลือชื่อ แถมยังเป็นเพียงผู้ชายและยังเป็นทาสรับใช้เสียอีก จะถูกทิ้งขว้างเมื่อไหร่ก็ย่อมได้
มือข้างหนึ่งโน้มศีรษะเล็กให้แนบชิดเพื่อที่คนใต้ร่างจะได้รับจุมพิตจากเขาอย่างลึกซึ้ง อีกข้างก็รู้งานปลดเสื้อนอกตามด้วยชั้นในสีขาวส่วนบนออกด้วยความชำนาญ สิ่งที่อยู่ใต้ผ้าเป็นผิวขาวนุ่มเนียนจนอยากจะตีตราเป็นเจ้าของแทบไม่ไหว จากนั้นจึงผละออกช้าๆแล้วจึงพินิจมองคนในอ้อมอกของตนอย่างละเอียด ดวงตาเรียวที่เคยหวาดหวั่นบัดนี้หลับพริ้ม คิ้วโก่งโค้งราวคันศร จมูกกลมมนโด่งรับกับองค์เครื่องบนหน้า ริมฝีปากสีแดงสดอันบวมเจ่อเพราะจุมพิตล่วงเกินเมื่อครู่ ทุกอย่างช่างเย้ายั่วปลุกสัญชาตญาณดิบของนักรักให้ตื่นขึ้นทีละน้อย
"เจ้าจงปลดส่วนที่เหลือต่อหน้าข้าสิ..."
เสียงทรงพลังกระซิบแกมออกคำสั่งที่ข้างใบหูอ่อน ลมร้อนที่กระทบทำให้ขนอ่อนทุกสัดส่วนลุกชูชัน ถึงสมองจะบอกว่าเป็นเรื่องน่าอายแต่จุนซูก็ยังคล้อยตามนายอย่างว่าง่ายดั่งลูกแมวขี้อ้อน มือเล็กที่ควรจะสากเหมือนทาสทั่วไปจึงค่อยๆปลดปมที่รัดไว้ไม่แน่นมากออกช้าๆ ท่านชายส่งยิ้มกริ่มเจ้าเล่ห์ ในขณะมองภาพอันยั่วยวนต่อสายตา แก้มอวบขึ้นสีระเรื่อเพราะเลือดที่สูบฉีดเล่นพล่านทั่วร่าง ก่อนที่จุนซูจะปลดอาภรณ์ชั้นสุดท้ายออกเขากลับถูกหยุดมือเอาไว้
จุนซูมองคนเบื้องบนอย่างสงสัยเหตุใดจึงหยุดยั้งไม่ให้ปลดออกทั้งที่เป็นคนสั่งมันเอง ชายหนุ่มก้มลงจูบมือเล็กราวหญิงสาวคู่นั้นด้วยความอ่อนโยน แล้วจึงใช้ปากกัดและดึงปมให้หลุดออกเสีย จนตอนนี้เรือนร่างงามงดได้ประจักษ์แก่สายตาของผู้เป็นนายหมดแล้ว ความรู้สึกประหลาดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกำลังก่อกวนในหัวใจของนักรักอย่างเขา เสียงดังฟังชัดเต้นเป็นจังหวะอื้ออึงอยู่ในหัว ขณะที่ตนก็ใช้จมูกโด่งรั้นสูดดมไล้เรียงกลิ่นหอมอ่อนจากเครื่องอาบน้ำที่ยังติดอยู่บนกายบางมิเลือนหาย
"อะ...อื้อ"
สัมผัสวาบหวามทำให้ทาสน้อยเสียววูบจนต้องครางออกมา มือบางดันส่วนอกของผู้เป็นนายออกคล้ายต่อต้าน แต่หากเรี่ยวแรงมีไม่พอจึงทำได้เพียงเหมือนสะกิดเขาเท่านั้น ความเป็นคนที่ไวต่อสัมผัสส่งผลให้จุนซูรู้สึกมากจนยากจะควมคุมตนเองไหว แผ่นอกเนียนสะท้านตอบรับแทบจะทันทีที่ถูกนายท่านลูบไล้เบาบาง ท่าทางเช่นนั้นยิ่งเป็นการทำให้เขาพึงพอใจในสิ่งที่ตนทำ เด็กหนุ่มเริ่มพ่นลมหายใจอย่างหนักหน่วงเพื่อระบายความอึดอัดภายในร่างกายออกมา แต่ถึงแม้จะทำเท่าไหร่มันก็มิอาจช่วยให้ดีขึ้นได้เลย บรรยากาศอันร้อนเร่าภายในห้องช่างแตกต่างจากความเงียบเหงาและอ้างว้างข้างนอกนั่นเหลือเกิน
"อ้ะ...ทะ..ท่านชะ...ชาย"
คนใต้ร่างหลุดครางหวานอีกระลอกเพราะความซุกซนของปลายลิ้นบริเวณจำเพาะอ่อนไหวบนอก ไม่เพียงเท่านั้นมือไม้ยังทำหน้าที่เคล้าคลึงสัดส่วนตามเอวคอดและสะโพกอันอวบอิ่ม เร่าร้อนคือคำนิยามของชายหนุ่มผู้นี้อย่างนั้นหรือ จุนซูสงสัยเหลือเกิน คิดจนสมองน้อยสับสนแต่ก็สรุปใจความอื่นใดมิได้
"เรียกข้าว่า...ท่านแจจุง"
ผู้เป็นนายออกคำสั่งอีกครั้งพร้อมเป่าลมร้อนลงบนส่วนไวสัมผัสอย่างกลั่นแกล้ง เด็กหนุ่มปรือตาขึ้นมาเล็กน้อยจับจ้องราวจะวอนขอสิ่งๆหนึ่งจากแจจุง ผิวเนื้อบนเรือนร่างขาวเปลื่ยนเป็นสีแดงด้วยความต้องการที่รุมเร้า ทำให้ผู้คุมเกมทราบดีว่าจุนซูต้องการสิ่งใด หากมีหรือที่ตนจะยอมมอบสัมผัสเหล่านั้นให้ได้โดยง่าย เขาต้องการจะให้จุนซูร้องขอออกมาด้วยตัวเองมากกว่าที่เขาจะเป็นคนมอบให้ เด็กน้อยสะบัดหน้าหนีราวกับต้องการจะหลุดพ้นจากบ่วงเสน่หาของเขาเสีย ทว่ามันคงจะเป็นไปไม่ได้...เพราะเขาคือคิมแจจุง ไม่มีใครเคยปฏิเสธเขาได้และในครั้งนี้ก็เช่นกัน
"ท่านแจจุง..."
กระซิบเสียงกระเส่าเช่นนั้นส่งผลให้แจจุงหวั่นไหวไม่น้อย กลีบปากเชิดที่ขยับขึ้นลงช่างยั่วเย้าให้น่าประทับจุมพิตลงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า สติที่พร่าเลือนสมองรังแต่จะบอกว่าต้องการชายคนนั้นเดี๋ยวนี้ อยากจะถูกสัมผัส อยากจะถูกปรนเปรอเสียเหลือเกิน หากกลับมีสิ่งหนึ่งที่ทิ่มแทงจิตใจและเตือนตนเองไม่ให้ร้องขอต่อคนผู้นั้น
ท่ามกลางความสับสนในความคิดแจจุงก็รุกเร้าจู่โจมอีกครา ทั้งซุกไซร้ดอมดมดอกไม้สีแดงอย่างจุนซูเสียทุกซอกมุม มือเล็กทั้งสองข้างจึงทำได้เพียงโอบรอบคอของชายหนุ่มไว้เท่านั้น ทุกทีที่ริมฝีปากสืบเสาะไล้ไปผิวบางก็สั่นสะท้านตอบรับความรุ่มร้อนจากเปลวไฟโชติช่วง ทั้งสองร่างแทบจะกลืนกินและกันเป็นหนึ่งเดียวแต่หากเพียงแค่นี้ยังมิถือว่าเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ความใคร่อัดแน่นขมึงรวมจุดที่ท้องน้อยของทาสรับใช้ และดูเหมือนท่านชายจะรู้ทัน แจจุงจึงหยุดกระทำของตนลงแล้วเปลี่ยนไปหยอกล้อส่วนอื่นแทน ชายหนุ่มบรรจงจูบบริเวณชวนเสียวช้าๆ พร้อมขบเม้มอย่างไม่สนใจว่าคนเบื้องล่างจะรู้สึกเช่นไร ส่วนคนที่ถูกกระทำหากไม่รู้สึกรู้สาก็คงจะตายด้านเสียแล้ว เมื่อเป็นอย่างนั้นจุนซูจึงเสียวสะท้านยิ่งนัก ปลายนิ้วเรียวจิกลงบนผ้ารองนอนที่ปูไว้ คิ้วโค้งขมวดเข้าหากันเพื่อเกร็งร่างกายขจัดความวาบหวามเหล่านั้นไปเสีย ความคิดที่ว่าอยากร่วมรักกับผู้เป็นนายช่างชวนรัญจวนใจเหลือแสน
กระโปรงตัวล่างหลุดหายไปแต่เมื่อใดไม่ทราบ ในขณะที่เจ้านายกำลังกลั่นแกล้งความอ่อนไหวของทาสผู้น่าสงสาร เสียงหวานก็ครางออกมาเป็นระลอกไม่ขาดสาย นักรักลือชื่อปรนเปรอความต้องการด้วยปลายลิ้นเชี่ยวชาญของตนเอง คนใต้ร่างขึงเกร็งกายไว้จนจวนเจียนจะอดกลั้นอีกต่อไป แต่เวลาเดียวกันจุนซูจะรู้ถึงความปารถนาอันล้นเหลือของท่านชายหรือไม่ เขาจะรู้หรือไม่ว่าตนต้องจ่ายมันด้วยอะไรเพื่อแลกกับการปลดปล่อยในครั้งนี้ ทว่าก่อนที่จะคิดอะไร เลยเถิดไปมากกว่านั้น แจจุงก็หยุดมันลงเสียแล้ว เปลือกตาสีมุขปรือปรอยข็้นด้วยความสงสัยระคนปนทรมาน เด็กหนุ่มเปลือยเปล่าลุกขึ้นนั่งเชื่องช้าจ้องมองชายตรงหน้าไม่ไหวติง
"ทะ...ท่าน"
พลางพูดเสียงแผ่วมือเล็กก็เคลื่อนไปจับที่แขนแกร่งสมชายชาตรีเอาไว้ ลูกแก้วสีอำพันลอบมองใบหน้าหล่อเหลาคมคายด้วย สายตาออดอ้อน กิริยาต่างๆที่จุนซูแสดงออกมาทำให้แจจุงนึกสงสัยในนิสัยของทาสผู้นี้ไม่น้อย ระหว่างคนเขินอายเมื่อสักครู่กับแมวน้อยยั่วสวาท คนไหนคือตัวตนที่แท้จริงกันแน่
"เจ้าต้องการสิ่งใด..."
เขาหยอกถามเจ้าลูกแมว แค่เพียงแกล้งยืดเยื้อเวลาเพื่อทรมานจุนซูเล่นเท่านั้น มือหยาบกร้านสัมผัสไหล่ขาวนวลอย่างทะนุถนอมราวรักษาขนนกไว้ในมือ จ้องมองลึกลงไปในดวงตาสีไม้สั่นระริก เขาพยายามค้นหาอะไรบางอย่างแต่ก็ตอบตนเองไม่ได้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร เหมือนเขาต้องการจะทราบบางสิ่งอาจจะเป็นความรู้สึกของคนตรงหน้านี้ก็เป็นไปได้ อาการแบบนั้นของเขามันแปลกไปกว่าแต่ก่อนทว่าแจจุงหารู้ตนเองไม่
จุนซูมิได้ตอบแต่อย่างใด เขาพูดออกไปไม่ได้แม้ตนจะต้องการท่านชายแค่ไหนก็ตาม เพราะชนักที่ยังติดอยู่ทำให้เขาไม่อาจเรียกร้องมันจากใครทั้งสิ้น เว้นเสียแต่คนผู้นั้นยินดีจะมอบให้เขาเอง เด็กน้อยเลือกขยับเรือนกายหนีห่างจากชายหนุ่มเพื่อจบมันเสีย ทว่าผู้เป็นนายมิมีทางยอมเป็นแน่แท้ ทาสผู้นี้จักต้องตกเป็นสมบัติของเขาในคืนนี้! แจจุงดึงร่างนั้นให้แนบชิดอีกครั้งพร้อมหยิบยื่นสัมผัสร้อนเร่าให้อีกครั้ง หากครานี้มิใช่เกลียวลิ้นแต่เป็นฝ่ามืออุ่นแทน เปลือกตาสีมุขหลับพริ้มอีกครั้งซึมซาบความรู้สึกพร้อมขยับสะโพกตอบสนองมือนั่นไปด้วย
"...เด็กดีของข้า... เจ้า...ชั่วชีวิต"
สิ่งที่ได้ยินขาดห้วงเป็นบางตอนส่งผลให้มิอาจเข้าใจในประโยคเหล่านั้น แต่ใครจะสนในเมื่อตอนนี้ทุกสิ่งดูจะเคว้งคว้างไปหมดเพราะจุดศูนย์กลางของร่างกายถูกปรนเปรออย่างถึงพริกถึงขิง เสียงแหบปนหวานในทีร้องครางดังมากขึ้นเรื่อยๆ จุนซูมิเคยมีความสุขเท่านี้มาก่อนเขาหลงใหลรสสัมผัสของแจจุงทั้งที่มันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ความคับแคบถูกแหวกออกอย่างไม่ได้เตือนล่วงหน้า ดวงตาเรียวเบิกกว้างพร้อมร้องเสียงกระเส่า ผิวเนื้อขาวตามเรือนกายบัดนี้ขึ้นสีชมพูไปทั่ว ร่างบอบบางบิดเร่าทุกครั้งที่ส่วนซ่อนเร้นถูกนิ้วเรียวยาวสอดใส่ การที่โดนรุกเร้าถึงสองทางเช่นนี้จุนซูจะมีสติหลงเหลืออยู่ได้อย่างไร
'ให้ข้าได้เห็นความบ้าบิ่นของเจ้า...เด็กน้อย'
"ถอดเสื้อให้ข้าเร็วเข้า"
เหมือนสติถูกฉุดกระชากให้กลับมาอีกครั้งทันทีที่ท่านชายถอนมือออกทั้งสองข้าง ทั้งที่อารมณ์กำลังจะถึงขีดจำกัดสูงสุดแต่กลับหยุดเสียเฉยๆด้วยคำขอร้องนั่น ช่างน่าโมโหเสียเหลือเกิน! ลูกแมวที่เคยขี้อ้อนกลับกลายเป็นนางแมวอารมณ์ร้อนไปเสียได้ จุนซูแสดงกิริยาท่าทางไม่พอใจออกมาอย่างไม่เกรงกลัว ถึงกระนั้นก็ยังทำตามที่ท่านแจจุงสั่งอยู่ดี ร่างกายกำยำทว่าขาวราวหิมะประจักษ์แก่สายตาเป็นครั้งแรก นัยน์ตาฉ่ำเยิ้มจ้องเรือนกายงามสมชายด้วยความอิจฉาปนปรารถนาอยู่ลึกในใจ มือน้อยยื่นออกไปแตะสัมผัสบนกล้ามอกแกร่งเพื่อซึมซาบไอร้อนจากผิวเนียน แจจุงยิ้มกริ่มอย่างพอใจเมื่อได้เห็นแบบนั้น ยิ่งจุนซูหลงใหลเขาเท่าไหร่ทุกอย่างมันก็จะยิ่งง่ายขึ้นทุกที และเมื่อร่างกายไร้อาภรณ์ใดนายท่านกลับนั่งนิ่งเฉยมิทำสิ่งนั้นให้เสร็จลุล่วงสมดั่งที่เด็กหนุ่มหมายไว้ ด้วยความปรารถนาที่แทบจะอดรนทนไม่ไหวทาสผู้ต้อยต่ำจึงกล้าทำในสิ่งน่าละอายต่อหน้าเขาเสียอย่างนั้น จุนซูมิได้ปริปากร้องขอแก่นายท่านแม้เพียงครึ่งคำ เขานอนลงบนผืนนวมอุ่นนุ่มพร้อมสัมผัสตนต่อหน้าใครอีกคนอย่างไม่ใส่ใจ
'หึ...อย่างนั้นแหละเด็กดี...เผยความงดงามของเจ้าให้ข้าเห็น'
ภาพตรงหน้ากระตุ้นอารมณ์เสียยิ่งกว่าเวลาที่มีหญิงสาวมาปรนเปรอให้เขาเสียอีก ทุกครั้งที่มือนั่นขยับขึ้นลงสุดปลายแจจุงก็ลอบกลืนน้ำลายทุกครั้งร่ำ่ไป ประกอบกับริมฝีปากเชิดที่อ้ากว้างร้องเสียงหลงเมื่อใกล้ถึงฝั่งฝันเต็มทน น้ำสีใสไหลซึมตามร่องนิ้วเล็กน้อย เมื่อเห็นดังนั้นชายหนุ่มจึงรีบเข้าไปขัดขวางเสีย นัยน์ตาสีอำพันเยิ้มจ้องเขม็งอย่างไม่พอใจ จะเอาอย่างไรกับตนกันแน่งั้นหรือ! ไม่รอช้าท่านชายจึงมอบจูบร้อนแรงแก่ทาสอย่างลึกซึ้ง สติเริ่มเลือนหายอีกครั้งเมื่อความคับแคบถูกสัมผัสด้วยตัวตนของผู้เป็นนาย ช่างแข็งแกร่งสมเป็นชายชาตรีเสียจนจุนซูเขินอาย ขาเรียวของคนใต้ร่างอ้าออกอย่างรู้งาน เพื่อเป็นการเชื้อเชิญให้เข้ามาหาความสุขสม มิได้สบสายตากันและกันให้หวานซึ้งกินใจ มีเพียงอารมณ์ห้วงรักที่พัดพาไปเท่านั้น
"อ้ะ...อ๊าาาา"
ทันทีที่ถูกล่วงล้ำภายใน เด็กหนุ่มก็ร้องครางเสียงหลง ไม่ได้นึกเลยว่าจะเป็นเช่นนี้ เจ็บจุกไปเสียหมดราวหญิงสาวที่ถูกเปิดบริสุทธิ์ แขนเล็กเกาะแน่นบนบ่าท่านแจจุงอย่างหาที่พึ่ง ร่างกายแทบจะแตกออกเป็นเสี่ยงเมื่อสิ่งใหญ่โตดึงดันจะสวนเข้ามาให้ได้ ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปไม่นานจากความปวดร้าวกลับกลายเป็นความหฤหรรย์แทน จังหวะรักกระแทกกระทั้นถึงจุดสัมผัสอ่อนไหวทั้งหน้าและหลังของจุนซู บั้นท้ายงอนงามทำให้แจจุงแทบจะเป็นบ้าเพราะมันบดเบียดเขาแน่นเสียเหลือเกิน เขาครางต่ำอย่างพึงพอใจหลายครา มิเคยมีใครทำให้เขาปรารถนามากเช่นนี้มาก่อน...มากจนเกือบทำให้ลืมทุกสิ่งไป ความอ่อนไหวของผู้ด้อยประสบการณ์ซึมเปื้อนด้วยน้ำใสเป็นสัญญานบอกว่าใกล้ถึงสิ่งที่ปรารถนาแล้ว ทว่าคนขี้แกล้งกลับขัดขวางอีกคราอย่างไม่รู้เบื่อ...
"ปะ...อ้ะ...ปล่อยขะ...อ้ะ...ข้านะ"
โมโหเหลือเกิน โมโหเสียจนอยากจะกรีดร้องเสียงดัง แต่ก็มิอาจทำได้ดั่งใจหมาย เพราะถูกกระแทกโดนจุดเร้าอารมณ์เสียหลายที และส่วนน้อยก็ยังโดนกอบกุมไว้แน่นมิสามารถปลดปล่อยได้ เล็บแหลมจิกบนแผ่นหลังของชายหนุ่มเพื่อแก้แค้นแต่ก็ไม่ได้ทำให้แจจุงเจ็บแต่อย่างใด จุนซูเองก็แทบจะคลั่งตายแล้วในเวลานี้
"อืมม... แลกเปลี่ยนกับข้าข้อหนึ่ง...อ่า...แล้วข้าจะปล่อยเจ้า...ดีไหม?"
ทาสน้อยพยักหน้าเร็วๆโดยไม่ไตร่ตรองถึงข้อแลกเปลี่ยนเลย จุนซูแค่ต้องการจะปลดปล่อยออกมาให้เร็วที่สุดเท่านั้น ทันใดนั้นแจจุงก็พลิกตัวลงนอนบนผืนผ้าแทน ความเจ้าเล่ห์ของนักรักอันดับหนึ่งเด็กไร้เดียงสาจะตามทันได้เช่นไร คนที่รับคำสัญญาถึงกับสะอึกจนพูดไม่ออก ช่างน่าอายเสียยิ่งกว่าการสัมผัสตนเองเสียอีก เขาจึงได้แต่นั่งค้างอยู่อย่างนั้นกระทั่งท่านชายเริ่มจะหมดความอดทน ผู้คุมเกมใช้เล็บจิกตรงส่วนปลายนั้นเพื่อเร่งเร้าให้ทาสทำตามใจตน อยากแทรกแผ่นดินหนีเหลือเกินเหตุใดจึงต้องมาทำอะไรเช่นนี้ด้วย ทว่าก็ไร้ทางเลือก...สะโพกสวยยกขึ้นเชื่องช้าเป็นการแกล้งคืนบ้าง ทำเอาท่านชายเสียวสั่นจวนขาดใจ จากนั้นจึงทิ้งตัวสวนกับความเป็นชายอย่างแรง ซึ่งเป็นเหมือนกับการฆ่าตัวเอง ในตอนนี้จุนซูปวดร้าวจนแทบน้ำตาเล็ดด้วยส่วนตัณหาของนายท่านแทรกเข้ามาลึกยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
"ปล่อยข้า...อ้ะ...เสียทีเถิด"
"ทำให้ข้าพอใจ...นี่คือข้อแลกเปลี่ยน"
ยังมิทันได้หายเจ็บชายหนุ่มก็ขยับสวนสะโพกของตนสวนคืนมาบ้าง แจจุงไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆจนกว่าตนจะพอใจ สรรพางค์กายสั่นสะท้านด้วยความเสียวซ่าน ในที่สุดจึงยอมโอนอ่อนต่อผู้เป็นนายอย่างไร้ทางสู้ ทั้งคู่โลดแล่นไปบนความปรารถนาไม่รู้จบ การขยับกายขึ้นลงทำให้เกิดเสียงหนั่นเนื้อกระทบกันต่อเนื่อง แม้จะหยาบโลนระคายหูแต่ก็สุขสมดั่งใจปอง นายท่านปล่อยมือที่กอบกุมส่วนสงวนของเด็กน้อยออกและเปลี่ยนไปช่วยยกตัวจุนซูขึ้นแทน เมื่อละมือออกแทบทันใดความอึดอัดที่คั่งค้างในกายบางก็ระเบิดออก สสารเหนียวสีขุ่นขาวพวยพุ่งเปรอะเปื้อนไปทั่ว เสียงหวานกรีดร้องด้วยความสุขสมที่ไหลผ่านร่าง จากการนั้นเด็กหนุ่มก็คล้ายจะสิ้นเรี่ยวแรงทันที
แจจุงพลิกกายเปลี่ยนตำแหน่งอีกครั้ง เขาขยับกายเบื้องล่างอย่างชำนาญและเร่าร้อน โน้มลงปรนเปรอกระตุ้นจุดบนแผ่นอกบางของคนใต้ร่างอีกครั้งและมันก็ได้ผล จุนซูที่เหนื่อยอ่อนกลับตื่นตัวอีกคราและส่ายสะโพกอวบสนองคืนอย่างถึงใจ คิดไม่ผิดที่เลือกทาสผู้นี้จริงๆ กลีบเนื้อที่ห่อหุ้มความแข็งแกร่งบวมแดงจากการเสียดสี ไอร้อนแผ่ซ่านไปทั่วทั้งห้องกว้าง ชายหนุ่มดึงส่วนนั้นออกจากช่องทางจนเกือบสุดแล้วจึงสวนกลับเข้าไปเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะก้าวข้ามผ่านเส้นขีดจำกัดไปและรับความพึงพอใจจวนจะสำลักออกมา ของร้อนที่อัดฉีดเข้าทางนั้นทำให้ทาสน้อยตกใจตื่นจากการร่วมรัก เพราะมิเคยได้รับความรู้สึกดีแต่ประหลาดเช่นนี้มาก่อน
ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล...เพียงครั้งแรกก็ทำให้ท่านชายลุ่มหลงในสัมผัสได้ปานนั้น ปีศาจราคะภายในกายของชายหนุ่มคงยังไม่อิ่มหนำเสียกระมัง คาดว่าทาสรับใช้จักต้องโดนใช้งานหนักจนกระทั่งรุ่งสางเป็นแน่...
แสงแดดรำไรเล็ดลอดเข้ามาผ่านทางหน้าต่างไม้ เปลือกตาสีมุกหนักอึ้งกระพริบถี่ๆไล่เอาความง่วงงุนออกไป อากาศยามเช้านี้ช่างหนาวเย็นกว่าทุกวัน อาจเป็นเพราะหิมะแรกของฤดูเพิ่งปรอยปรายลงมาเมื่อคืนก่อน เด็กน้อยกอดผ้าห่มผืนหนาไว้แนบกาย สติฉุดรั้งให้ตนฝืนลืมตาขึ้นก่อนที่จะผลอยหลับเพราะความเหนื่อยอ่อน ยามใกล้รุ่งสางของทุกวันเขาจะต้องตื่นด้วยว่าตนมีหน้าที่ต้องเตรียมวัตถุดิบในการทำอาหารเช้าของคนทั้งจวนให้แม่บ้านใหญ่ ทว่าตอนนี้มันเลยเวลามามากแล้ว จุนซูยันตัวขึ้นจากที่นอนยับยู่ยี่แต่ก่อนที่จะได้เคลื่อนออกจากตรงนั้นก็มีใครบางคนรั้งร่างของเขาไว้
"เจ้าจะไปไหน...?"
เสียงแหบพร่าของท่านชายดังขึ้นข้างใบหูเล็กทำให้ขนอ่อนบริเวณนั้นลุกอย่างไม่อาจห้าม ลมหายใจอุ่นๆชวนให้รัญจวนใจเหลือเกิน จุนซูคล้ายจะเคลิบเคลิ้มไปกับมันอีกครั้ง ผิวกายเปล่าเปลือยแตะสัมผัสกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ และยิ่งเพราะความบังเอิญยิ่งทำให้ขวยเขินกว่าเดิม ปรางค์แก้มร้อนฉ่าพลางสมองก็กำลังพยายามรวบรวมคำพูดไปด้วย
"คือข้า...สายมากแล้ว... ข้าน้อยจะโดนแม่บ้านใหญ่ดุเอาได้นะขอรับ"
จงเจียมเนื้อเจียมตัวเอาไว้นี่คือสิ่งที่แม่ของเขาสอนมาตั้งแต่ยังเล็ก ถึงท่านชายจะล่วงเกินตนแล้วก็มิได้หมายความว่า เขาจะมีฐานะที่ต่างไปจากทาสในเรือนคนอื่นๆ เขายังต้องทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุดดั่งเช่นวันวาน แต่แล้วชายหนุ่มกลับพูดสวนขึ้นตรงกันข้าม...
"เดี๋ยวนี้แม่บ้านใหญ่มีความสำคัญกว่าข้าผู้ซึ่งเป็นนายใหญ่ของจวนนี้แล้วหรือ?"
"หามิได้ขอรับ...ท่านชาย"
เมื่อได้ยินน้ำเสียงทีจริงของผู้เป็นนายเช่นนั้นทาสน้อยถึงกับต้องรีบแก้ต่างทันที ถ้าหากได้เห็นสีหน้าของแจจุงสักนิด เขาก็คงจะไม่หวาดกลัวนายขนาดนั้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นเมื่อได้เห็นจุนซูมีท่าทีตื่นกลัว ช่างเจ้าคารมยิ่งนักเจ้าปีศาจรูปงามในคราบมนุษย์หล่อเหลา
"ถ้าเช่นนั้นก็จงอย่าไปไหน...และอยู่ปรนนิบัติข้าเสีย"
"แต่..."
"คิดว่าข้าเป็นคนเช่นไร...ข้าจะรับเจ้าเป็นอนุอยู่แล้ว แต่ยังจะใช้ให้เจ้าทำงานทาสอีกน่ะหรือ"
เด็กน้อยหันไปจ้องต้นเสียงอย่างตกใจปนงงงวย ท่านชายกำลังจะทำสิ่งใดคำพูดที่ว่าจะรับเขาเป็นอนุนั่นคือเรื่องจริงหรือล้อเล่นกันนะ แต่จะกระทำการนั้นได้เช่นไรในเมื่อเขานั้นหาใช่สตรีไม่...
"ท่านชายหมายถึงกระไรกัน...?"
"ข้าก็หมายความอย่างที่พูด...เด็กน้อยของข้า"
ชายหนุ่มดึงร่างนุ่มนิ่มเข้ามาแนบแผงอกแกร่งของตน ผิวเนื้อเปลือยบนแผ่น หลังบอบบางสัมผัสถ่ายทอดความอบอุ่นแก่กัน คลื่นความร้อนวูบวาบทำให้ร่างกายเหมือนถูกบิดเบี้ยวไป เด็กน้อยหลับตาลงอีกครั้งและปล่อยกายลงแนบชิดใครอีกคน ภาพเมื่อคืนก่อนไหลวนกลับมาปลุกความดิบส่วนลึกภายใน เพียงแค่คอระหงส์ถูกดอมดมร่างทั้งร่างก็สั่นสะท้านอย่างหยุดไม่ได้ ลมร้อนประทะผิวอ่อนกระตุ้นชวนเสียวได้ดีนักแล มือเล็กจิกกดบนผืนผ้า นวมอุ่นจนยับยู่ยี่เพื่อระบายความรู้สึกออกมา
"อาา..."
เสียงครางแผ่วเบาของจุนซูทำให้ท่านชายพึงใจอยู่ไม่น้อย ความรู้สึกอยากจะครอบครองร่างอวบอัดตรงหน้าเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่ความสงสัยในสิ่งประหลาดกลับก่อกวนใจอยู่ลึกๆ เหตุใดครั้งแรกของเด็กคนนี้กับเขามันช่างง่ายดาย ไร้ซึ่งเสียงร้องแห่งความเจ็บปวด ไร้ซึ่งการขัดขืนต่อต้าน หรือมันจะเป็นลางบอกสิ่งใดแก่เขากัน ทว่าก่อนจะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น จุนซูที่พยายามผละหนีสัมผัสร้อนเร่าก็ทำให้เขาตื่นจากภวังค์ ท่านชายค่อยๆ สวมกอดเด็กน้อยจากทางด้านหลัง อ่อนโยนจนแทบจะทำให้ใครอีกคนระเหยกลายเป็นไอไปเสียเดี๋ยวนั้น
"จำได้หรือไม่...เมื่อคืนข้าบอกเจ้าไว้เยี่ยงไร?"
เมื่อคืนก่อนเขาแทบจะไม่มีสติหลงเหลือแล้วจะให้จำได้อย่างไรกัน แต่จะตอบออกไปว่าลืมไปแล้วก็ไม่ได้ หากเป็นเช่นนั้นตัวเองก็คงจะโดนโกรธอย่างแน่นอน ขณะที่จุนซูกำลังอึกอักฝ่ามือร้อนก็แกล้งลูบไล้ผิวเนื้อนุ่มไปทั่วร่าง ริมฝีปากอวบพรมจูบหลังใบหู ก่อนจะขบเม้มทำรอยสีกุหลาบตีตราความเป็นเจ้าของ ขนอ่อนลุกชูชันทันทีที่ลมหายใจร้อนรดลงบริเวณแผ่นหลังบาง อากาศหนาวเย็นภายนอกยังมิอาจสู้ความร้อนเร่าของชายหนุ่มได้เลย การเล้าโลมอย่างเชี่ยวชาญทำให้เด็กไร้เดียงสาไม่อาจต่อต้านความรู้สึกลึกๆของตนได้
“จำไม่ได้หรืออย่างไร...หือม์?”
นิ้วแข็งแกร่งเชยปลายคางมนของคนในอ้อมกอดให้หันมาเผชิญหน้า นัยน์ตาของทั้งคู่สบกัน ท่านชายแสดงความรู้สึกผ่านทางสายตานั้นอย่างไม่ปิดบัง เขาต้องการทาสคนนี้อีกแล้ว ทั้งที่ไม่ใช่คนมักมากหรืออย่างไร แต่เมื่อได้เริ่มกับจุนซูแล้วก็ไม่อาจหยุดตัวเองได้ ความเป็นชายเริ่มตื่นตัวจนเด็กน้อยรู้สึกได้ แก้มกลมแดงก่ำขวยเขินเมื่อบางสิ่งกำลังแตะสัมผัสบริเวณด้านหลังของตน
“ข้าน้อย...อ”
แจจุงกดจูบบนริมฝีปากเชิดรั้นอย่างรุนแรง ความพิศวาสที่ก่อตัวขึ้นมันรวดเร็วจะเขาเกือบจะตั้งรับไม่ทัน ไม่เคยจู่โจมใครก่อนเช่นนี้ด้วยที่มีฐานะเป็นถึงท่านชาย เรื่องแบบนั้นยังต้องสำรวมหากกับจุนซูมันช่างยากเย็น เขาทำตัวราวเด็กหนุ่มที่เพิ่งเคยจะได้ลิ้มลองเป็นครั้งแรก ทั้งฟอนเฟ้นเนื้ออ่อนบริเวณสะโพกอิ่ม ทั้งรุกเร้าด้วยลิ้นอุ่นร้อน น้ำสีใสไหลย้อยตามมุมปากของคนทั้งคู่ เส้นผมนุ่มดุจแพรไหมกระเซอะกระเซิงไปหมด ร่างกายบางเริ่มตอบสนองความต้องการของผู้เป็นนายบ้างแล้ว แต่เพราะเวลานี้เป็นเวลาเช้าเกือบสายจึงทำให้อดรู้สึกอายไม่ได้
“ข้าจะลงโทษเจ้า... โทษฐานที่จำไม่ได้...หึ"
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เปื้อนบนใบหน้าหล่อเหลา เขาอยากจะแกล้งจุนซูจริงๆ ยิ่งเห็นก็ยิ่งน่าแกล้งนัก เด็กน้อยคนนี้ช่างน่าหมั่นเขี้ยว แต่ในขณะเดียวกันเขาเองจะรู้สึกถึงสิ่งประหลาดบางอย่างหรือไม่ ริมฝีปากสีสดที่บวมเจ่อเม้มเข้าหากันด้วยความหวาดหวั่น จุนซูเกิดหวาดกลัวขึ้นมาจับใจด้วยไม่ทราบว่าบทลงโทษนั้นคือสิ่งใด ความแนบชิดที่ไม่เหลือแม้แต่ช่องว่างใดระหว่างกันทำให้ผู้เป็นนายแทบจะเป็นบ้า อยากจะได้เหลือเกินแต่เขาหวังว่าจุนซูจะมอบมันให้เขาเองเสียมากกว่า
“ปรนนิบัติข้า...ให้เหมือนกับเมื่อคืนนี้ที่ข้าทำให้เจ้าสิ"
พอได้ยินคำสั่งนั้นจากเดิมที่กระดากอายอยู่แล้ว จุนซูก็แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปเสียเดี๋ยวนั้น น่าอายเหลือเกินแต่ถึงกระนั้นเขาก็รู้ว่ามันทำให้รู้สึกดีมากแค่ไหน การที่ท่านชายจะสั่งลงโทษแบบนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เด็กน้อยเหลือบมองแววตานุ่มลึกนั่นเล็กน้อย ในนั้นบอกว่าสิ่งที่พูดคือความจริงทั้งสิ้น ลมอุ่นๆที่ตั้งใจเป่าแผ่วเบาข้างซอกคอขาวก่อให้เกิดความเสียวอยู่ลึกๆในความรู้สึก นิ้วแข็งแรงไล้ตั้งแต่ต้นขาขึ้นมาบนสะโพกอวบ ไรขนบางลุกชันทั่วทั้งร่างกาย เปลือกตาบางค่อยหลับลงอีกครั้งก่อนจะจุมพิตเจ้านาย ลิ้นไร้เดียงสาพยายามเล็มบนริมฝีปากอวบนั่น ท่าทางอ่อนหัดกระตุ้นสิ่งความตื่นตัวเบื้องล่างได้อย่างดี แจจุงไม่อาจปฎิเสธได้ว่าเขาชอบความเยาว์วัย ความบริสุทธิ์ราวเด็กแรกฤดู
ทาสรักเริ่มอ่อนระทวยภายในอ้อมกอดของผู้เป็นนายเสียเอง ลมหายใจลดลงไปเมื่อจูบนั้นเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ แต่คนที่เชี่ยวชาญก็ยังกลั่นแกล้งไม่ยอมให้จุนซูถอนกลีบปากออก ร่างบอบบางแทบจะขึ้นคร่อมอยู่บนตัวของท่านชายแล้ว พอเมื่อเอาเข้าจริงเขาเองทำอะไรไม่ถูก จะให้ทำเช่นไรถึงจะถูกใจท่านแจจุงกัน เขาแทบไม่เคยทำอะไรแบบนี้กับใครเลย ซ้ำ้ทั้งมันช่างน่าละอายแก่ใจที่สุด ทว่ามือเล็กกลับทำเป็นกล้าเข้าจู่โจมสิ่งนั้นอย่างเก้กัง นัยน์ตากร้าวเบิกกว้างออกเมื่อถูกสัมผัสอย่างจาบจ้วง แจจุงตกใจแทบสะดุ้งเพราะไม่เคยมีใครรวดเร็วปานนั้นมาก่อน เด็กคนนี้ไวไฟยิ่งนัก แต่หากคิดจะเล่นกับเปลวเพลิงอย่างท่านชายมันก็ต้องมีดีกว่านี้ นิ้วเรียวสวยขยับช้าด้วยความไม่ถนัดนัก จุดสัมผัสอ่อนไหวถูกปลุกจนตื่นขึ้น
“อือ์ม...”
ชายหนุ่มหลุดครางต่ำอย่างพึงใจทุกครั้งที่มือนั่นขยับขึ้นลง เสียวซ่านแทบขาดใจ ในมโนภาพคือเขากำลังอยู่ในห้วงรักข้างในทาสผู้นั้น เม็ดเหงื่อใสผุดพรายริมขอบเกษา เขาไซร้ดอมดมคอเนียนอีกครั้งระหว่างที่ยังถูกปรนนิบัติ ซึ่งช่วยเรียกเสียงหวิดหวิวเล็กๆได้เป็นอย่างดี แจจุงหยุดมือของจุนซูไว้ก่อนที่เขาจะปะทุอารมณ์ออกมาตอนนี้ เขาจัดแจงให้เด็กน้อยขึ้นมานั่งบนหน้าตักของตน
“หันหลังไปสิ...”
แจจุงอยากได้มากกว่านี้แต่หากต้องทำใจให้เย็นไว้เสียก่อน จุนซูหันไปตามการชักนำของเจ้านายอย่างว่าง่าย ตอนนี้เขาเหมือนไม่รู้ว่าตนกำลังทำอะไรอยู่ จู่ๆเมื่อได้ใกล้ชิดจนไม่เหลือช่องว่างใดสมองก็ไม่สั่งการราวกับหยุดทำงานไปชั่วครู่ ผู้สูงศักดิ์เอนกายลงบนผ้านวมผืนสีขาวนุ่ม สิ่งอ่อนไหวตั้งขึ้นอย่างอาจหาญต่อหน้าทาสผู้อ่อนเดียงสา เขาอึกอักทำอะไรไม่ถูก ท่านชายตั้งใจจะให้เขาทำอะไรกันแน่ แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร สะโพกอิ่มก็ถูกดึงไปข้างหลังโดยไม่ทันตั้งตัว ทั้งคู่อยู่ในท่านอนแนบเนื้อกัน ใบหน้ากลมมนซบบนบริเวณหน้าท้องน้อยของชายหนุ่ม ไม่กล้าแม้แต่จะมองส่วนสงวนนั้นเพียงนิด ความเก้อเขินมันทำให้จุนซูเหนียมอายเกินไป
เมื่อไม่เห็นจุนซูเริ่มต้นทำแบบที่เขาอยากให้ทำเสียที ท่านชายก็เย้ายั่วปลุกปั้นความพิศวาสของจุนซูขึ้นมาแทน ลิ้นร้อนเล็มเลียกลีบดอกไม้อวบก่อนจะแหวกออกให้พ้นทาง เพื่อดูดดื่มกับเกสรที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน เมื่อแตะสัมผัสจุดพึงใจทุกคราไป ทาสผู้ต้อยต่ำแทบจะครางออกมาจนไม่เป็นภาษาใด ไม่ต้องฟังรู้ศัพท์ก็บอกได้ว่ากำลังสุขสมเหลือคณา ทางคับแคบถูกรุกรานอย่างไม่ปราณี สีเนื้อแดงสดเย้าหยอกต้องตาของผู้เป็นนายยิ่งนัก ไอร้อนที่แผ่ซ่านออกจากช่องทางนั้นเร้าอยากจะให้เข้าไปยิ่งนัก น้ำสีใสซึมเปรอะแผ่นอกแกร่งของเขาเล็กน้อย เพียงแค่โอ้โลมไม่เท่าไรจุนซูก็แทบจะมอดไหม้เสียแล้ว หากแจจุงผู้นี้จะหายอมได้ไม่ที่จะให้ดอกไม้แดงสลายเป็นผงธุลีไปก่อนเขา
“ฮะ...อ้า"
เสียงแหลมๆร้องดังลั่นเมื่อลิ้นพิศวาสถูกถอนออกทั้งที่ใกล้จะจวนเจียนจะสำเร็จอารมณ์หมาย ดวงตาหวานฉ่ำน้ำเหม่อลอยปรือขึ้นมองหว่างขาของชายหนุ่ม ความวาบหวามที่ไม่อาจสิ้นสุดกำลังเรียกร้องให้เขาทำอะไรบางอย่าง สมองน้อยพอจะเดาออกบ้างว่าเหตุใดตนถึงถูกวางอยู่ในท่าทางพิสดารเช่นนี้ นี่คือบทลงโทษของท่านชายอย่างนั้นหรือ บทลงโทษนี้ช่างน่าอับอายแต่ทว่าสิ่งที่ต้องการกลับอยู่เหนือสิ่งอื่นใด มือบางค่อยๆพยุงความเป็นชายของอีกคนเอาไว้ ริมฝีปากบวมเจ่อเลื่อนเข้าไปใกล้ส่วนนั้นจนกระทั่งจรดกัน จินตนาการภาพเหมือนกำลังจุมพิตกับใครสักคน จุนซูคิดเช่นนั้นเพื่อสยบความกระดากอายของตนไว้ เกลียวลิ้นทำหน้าที่อย่างติดขัดเพราะไม่เคยชิน เนื้อนุ่มมีขนาดใหญ่จนเขาหายใจไม่สะดวก กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแต่จะถอนออกก็ไม่ได้ ด้วยว่าเบื้องหลังของตนกำลังโดนกลั่นแกล้งอีกครั้ง ข้อนิ้วแข็งแรงสอดผ่านกลีบเนื้อยับย่น ปากทางที่รัดรึงทำให้เขาสามารถมโนภาพดำดิ่งเข้าไปได้ไม่ยาก
จุนซูยืนมองเงาสะท้อนของตนในกระจกบานใหญ่เท่าตัวคน ใบหน้ากลมมน ผิวขาวผ่องเป็นยองใยตัดกับสีแดงของผ้าไหมปักด้ายดำช่วยขับให้เนื้อนวลดูงามหมดจดยิ่งกว่าเดิม ด้วยความโชคร้ายหรืออย่างไรเพราะเมื่อถูกใครเห็นเข้าจำต้องถูกตาต้องใจเสมอ ผมสีดำเหลือบน้ำตาลถูกรวบเป็นมวยตรึงไว้ด้านหลังด้วยปิ่นหยกราคาแพง ดอกไม้สีขาวทัดประดับไว้บนใบหูขวาเพื่อความสวยงาม เสื้อผ้าเนื้อดีที่ถูกผลัดเปลี่ยนเมื่อครู่ทำให้เขากลัวยิ่งนัก ในใจรู้ดีว่าเพราะเหตุใดตนจึงได้มีโอกาสสวมใส่มัน หากแต่เขาไม่ต้องการเลยแม้เพียงนิด
"รีบไปหานายท่านได้แล้ว จักชักช้าอยู่ไยเล่า"
เด็กหนุ่มยืนอ้อยอิ่งถ่วงเวลาอยู่นานสองนานแล้ว แม่บ้านใหญ่เห็นจึงทนไม่ได้หากเขาไม่ไปหาผู้เป็นนายในไม่ช้า ด้วยนางเองจำต้องโดนเอ็ดเป็นแน่แท้ นางทั้งจับและดึงข้อมือบางของจุนซูเอาไว้แน่น เพราะกลัวว่าทาสผู้นี้จะ ขัดขืนและหนีไป ทว่าในความเป็นจริงแล้วเขานั้นไม่คิดจะทำอะไรเช่นนั้นเลย สำนึกส่วนลึกคอยเตือนอยู่เสมอว่าทำไมตนจึงต้องอยู่ที่นี่ทั้งที่อยากจะหลีกหนีไปให้ไกลก็ตาม
ทางเดินผ่านสวนสวยช่างสั้นกว่าทุกวันที่เคยเดิน ลมหนาวพัดผ่านตัวจุนซูไปราวกับจะต้องการต้อนรับสิ่งใหม่ทีกำลังจะเกิดขึ้น หากข้ามสะพานไม้นี้ไปเขาจะไม่มีวันถอยกลับได้อีก คำว่า "ทาส" จะอยู่ติดตัวเขาไปตลอดมิอาจลบเลือน ขาเรียวเล็กเหยียบลงบนบันไดไม้ขั้นสุดท้ายของสะพานด้วยความหวาดหวั่น กลัวเหลือเกินกับสิ่งที่จะเริ่มต้นในอีกไม่ถึงอึดใจข้างหน้านี้ เมื่อเดินมาถึงที่หมายแม่บ้านใหญ่ก็จัดการ ถอดรองเท้าแดงปักดิ้นดำเช่นเดียวกับเสื้อผ้าไหมของจุนซูออกเสีย หัวใจดวงน้อยเต้นร่ำจนไม่อาจควบคุม ใบหน้าขาวขึ้นสีชมพูเพราะความร้อนได้ไปกระจุกตัวอยู่บนนั้น เท้าเล็กก้าวขึ้นบนชานเรือนอย่างเก้กังด้วยชุดฮันบกแบบหญิงสาวทำให้เขาเดินไม่ถนัดเอาเสียเลย
บานประตูไม้ชั้นสุดท้ายถูกเลื่อนออกพร้อมเผยให้เห็นทัศนียภาพของสวนต้องห้ามด้านใน แสงจันทร์ของเต็มดวงที่ส่องลงมาทำให้ร่างของชายหนุ่มผู้เป็นนายดูน่าเกรงขามมากกว่าปกตินัก คลื่นความรู้สึกประหลาดไหลวนเข้ามาในร่างของตัวทาสน้อยผู้ต่ำต้อย ดวงตาเรียวกระพริบถี่เพื่อปรับให้ชินกับความ มืดในตัวห้องหลังจากที่ฉากเลื่อนปิดสนิทลง เด็กหนุ่มยังคงหยุดยืนอยู่ที่เดิม จนกระทั่งท่านชายเอ่ยออกคำสั่งแกมตำหนิ
"รินเหล้าให้ข้าเร็ว จะมัวยืนอยู่ตรงนั้นจนสว่างเลยหรืออย่างไร?"
"ข้าน้อย...ขออภัยท่านชาย"
ร่างในชุดโบราณสีสดสืบ เท้าเข้าไปอย่างระมัดระวัง บรรยากาศน่าอึดอัดขึ้นอันมาจากตัวเองหวาดกลัวชายหนุ่มที่น่าเกรงขามผู้นั้น เขาค่อยๆนั่งลงข้างใครอีกคนโดยทิ้งระยะห่างไม่ต่ำกว่าสองช่วงตัวคน มือเล็กหยิบจอกเหล้าของเจ้านายแล้วจึงรินสาเกรสเลิศ ไม่ขาดไม่เกินปริมาณเหล้ากำลังพอเหมาะพอดี จู่ๆเมื่อต้องส่งจอกคืนมือเจ้ากรรมกลับสั่นระริกอย่างไม่อาจห้าม นัยน์ตาสีอ่อนเหลือบเห็นรอยยิ้มกริ่มเปื้อนบนใบหน้าของท่านชาย ในใจนึกสงสัยแกมหมั่นไส้เหตุใดจึงแสดงสีหน้าเช่นนั้น
"เจ้าว่าพระจันทร์ในคืนนี้สวยหรือไม่?"
คำถามธรรมดาที่จุนซูไม่คิดว่าผู้เป็นนายจะถามขึ้น เขาเงยหน้าขึ้นไปมองยังท้องนภายามราตรี กลุ่มเมฆสีครึ้มลอยอยู่บนนั้นมากมาย บ้างบดบังดวงจันทร์ไว้บางส่วน จึงทำให้จุนซูอ้อมแอ้มตอบตามความคิดไปว่า "พระจันทร์ในค่ำนี้จักงดงามกว่านี้ หากไม่มีกลุ่มเงาเมฆบดบังบางส่วนของมันไปขอรับ"
"อย่างนั้นหรือ... แล้วคืนนี้จะมีอะไรให้ข้าชมได้อีกนอกจากพระจันทร์เบื้องบนนั่นเล่า"
เขาพูดพลางหันมาสบตบกับทาสรับใช้ ดวงเนตรกลมโตสีน้ำเงินเข้มที่ได้มาจากมารดา ช่างล้ำลึกจนมิอาจบ่งบอกถึงสิ่งใดได้เลย ความหวาดหวั่นเข้าก่อกวนให้ใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะ เมื่อถูกจับจ้องด้วยสายตาเช่นนั้นถึงจะเป็นผู้ชายด้วยกันก็ต้องหวั่นไหวเป็นแน่ จุนซูรู้สึกถึงปรางค์แก้มที่ร้อนผ่าวของตนเอง แต่ก็ไม่ทราบว่ามันแดงขนาดไหนแล้ว จะหลีกหนีหลบสายตาออกมาก่อนก็มิอาจทำได้เพราะทั้งตัวรู้สึกเหมือนโดนตรึงไว้หมดเสียแล้ว
"ว่าอย่างไร... จะให้ข้าชมอะไรได้อีก?"
"อ..."
เพียงครึ่งคำก็มิอาจได้เอื้อนเอ่ย ใบหน้าทั้งสองใกล้ชิดจนแทบจะสัมผัสกัน ระยะห่างสองช่วงตัวหายไปตอนใดยังมิรู้สึก ผิวเนียนละเอียด จมูกปลายมน กลีบปากเชิดอย่างถือดีได้สะกดทุกความสนใจของนายเอาไว้หมด ความร้อนอวลในร่างกายกำยำก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เขารู้ดีว่าตนต้องการสิ่งใดจากทาสตรงหน้านี้ อีกนัยหนึ่งชายหนุ่มก็รับรู้ด้วยว่าจุนซูกำลังหวาดกลัว
"จักกลัวข้าไปไย?"
เขารู้! เขารู้ว่าตนกำลังกลัวเขา เพียงแค่มองมาก็เหมือนกับร่างกายจะทะลุเป็นรูเสียแล้ว สมองน้อยคิดอยู่นานทำอย่างไรถึงจะสามารถหนีออกจากสภาพเช่นนี้ได้ แต่ถึงจะคิดให้หนักก็มิอาจหลบได้อีก ช่องว่างระหว่างที่เหลือเพียงน้อยนิดถูกปิดลง ผิวสัมผัสผิวโดยตรงเพราะบนใบหน้านั้นปราศจากเครื่องผ้าอาภรณ์ใดอยู่แล้ว ริมฝีปากชื้นแตะไล่ไปตามโครงหน้างามของจุนซู ก่อนจะหยุดลงใกล้กับมุมปากของเด็กหนุ่ม
หิมะแรกของปีร่วงหล่นลงบนดวงหน้าที่แนบชิดของคนทั้งคู่ แต่มันก็ละลายหายไปอย่างรวดเร็วเพราะความร้อนที่แผ่ออกมา จุนซูค่อยหลับตาลงช้าๆเพื่อรับจุมพิตจากท่านชาย รสเหล้าขมปร่าแม้ตอนนี้ยังว่าหวานลึกซึ้ง นุ่มหยุ่นเย็นชื้นเพราะหิมะที่กำลังตก แต่ก็อุ่นอยู่ในที ฝ่ายหนึ่งปราถณาสร้างเสน่หาเพื่อครอบครอง ส่วนอีกคนกำลังลุ่มหลงเผลอใจไปกับสัมผัสอันร้อนรุ่ม มือหยาบไล้ลูบแก้มนวลผ่องยามต้องแสงจันทร์รำไร กลีบปากเผยอหอบเอาอากาศหายใจให้ได้มากที่สุดก่อนจะโดนจุมพิตอีกครั้ง
"อะ...อืม"
เสียงครางดังจากในลำคอแผ่วเบา สองกายอิงแอบแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่างใด จุนซูแทบจะหมดแรงในอ้อมอกของท่านชาย ความรู้สึกขมวดขึงในท้องน้อย สายตาหยาดเยิ้มล่อลวงให้หลงไปในภวังค์ กลิ่นกายเฉพาะคล้ายกำยานแต่หอมหวานกว่ามากทำให้อยากจะอยู่ใกล้ชายหนุ่มยิ่งกว่าเดิม คล้ายผึ้งตัวน้อยที่กำลังหลงใหลน้ำหวานจากดอกไม้ไม่มีวันสิ้นสุด
"เข้าข้างในเถอะ..."
คำสั้นแสนธรรมดา แต่ฟังดูลึกซึ้งกว่าสิ่งที่เอ่ยออกมามากนัก ทาสผู้ต่ำต้อยเข้าใจดีว่าสิ่งใดที่นายหมายถึง ใจหนึ่งอยากจะขัดคำสั่งหักห้ามตนเองไว้ หากก็รู้ว่ามิอาจขัดขืนได้ในเมื่อเรื่องดำเนินมาถึงขั้นนี้ ลมหนาวภายนอกหายไปแล้วเหลือเพียงความอบอุ่นจากปล่องความร้อนใต้ตัวบ้านเท่านั้น หลังจากเลื่อนประตูไม้ปิดลงแสงจันทร์ที่เคยให้ความสว่างก็มืดลง
"ท่านชาย..."
จุนซูที่กำลังตื่นตระหนกอยู่เล็กๆยังมิทันได้ตั้งตัวอีกครั้งก็โดนพรมจูบไปทั่วใบหน้าอ่อนเยาว์เสียแล้ว ชื่อเสียงของท่านชายใครจะมิใคร่รู้เล่าบ้างว่าท่านเป็นนักรักตัวฉกาจ แต่หากได้มีหญิงที่รักมั่นเป็นตัวตนไม่ แล้วคนอย่างเขาจะมีดีพออะไรให้ชายหนุ่มรักมั่นนิตย์นิรันด์ ไม่ใช่ทั้ง หญิงงามโฉมสะคราญและไม่ใช่ทั้งนางคณิกาผู้ลือชื่อ แถมยังเป็นเพียงผู้ชายและยังเป็นทาสรับใช้เสียอีก จะถูกทิ้งขว้างเมื่อไหร่ก็ย่อมได้
มือข้างหนึ่งโน้มศีรษะเล็กให้แนบชิดเพื่อที่คนใต้ร่างจะได้รับจุมพิตจากเขาอย่างลึกซึ้ง อีกข้างก็รู้งานปลดเสื้อนอกตามด้วยชั้นในสีขาวส่วนบนออกด้วยความชำนาญ สิ่งที่อยู่ใต้ผ้าเป็นผิวขาวนุ่มเนียนจนอยากจะตีตราเป็นเจ้าของแทบไม่ไหว จากนั้นจึงผละออกช้าๆแล้วจึงพินิจมองคนในอ้อมอกของตนอย่างละเอียด ดวงตาเรียวที่เคยหวาดหวั่นบัดนี้หลับพริ้ม คิ้วโก่งโค้งราวคันศร จมูกกลมมนโด่งรับกับองค์เครื่องบนหน้า ริมฝีปากสีแดงสดอันบวมเจ่อเพราะจุมพิตล่วงเกินเมื่อครู่ ทุกอย่างช่างเย้ายั่วปลุกสัญชาตญาณดิบของนักรักให้ตื่นขึ้นทีละน้อย
"เจ้าจงปลดส่วนที่เหลือต่อหน้าข้าสิ..."
เสียงทรงพลังกระซิบแกมออกคำสั่งที่ข้างใบหูอ่อน ลมร้อนที่กระทบทำให้ขนอ่อนทุกสัดส่วนลุกชูชัน ถึงสมองจะบอกว่าเป็นเรื่องน่าอายแต่จุนซูก็ยังคล้อยตามนายอย่างว่าง่ายดั่งลูกแมวขี้อ้อน มือเล็กที่ควรจะสากเหมือนทาสทั่วไปจึงค่อยๆปลดปมที่รัดไว้ไม่แน่นมากออกช้าๆ ท่านชายส่งยิ้มกริ่มเจ้าเล่ห์ ในขณะมองภาพอันยั่วยวนต่อสายตา แก้มอวบขึ้นสีระเรื่อเพราะเลือดที่สูบฉีดเล่นพล่านทั่วร่าง ก่อนที่จุนซูจะปลดอาภรณ์ชั้นสุดท้ายออกเขากลับถูกหยุดมือเอาไว้
จุนซูมองคนเบื้องบนอย่างสงสัยเหตุใดจึงหยุดยั้งไม่ให้ปลดออกทั้งที่เป็นคนสั่งมันเอง ชายหนุ่มก้มลงจูบมือเล็กราวหญิงสาวคู่นั้นด้วยความอ่อนโยน แล้วจึงใช้ปากกัดและดึงปมให้หลุดออกเสีย จนตอนนี้เรือนร่างงามงดได้ประจักษ์แก่สายตาของผู้เป็นนายหมดแล้ว ความรู้สึกประหลาดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกำลังก่อกวนในหัวใจของนักรักอย่างเขา เสียงดังฟังชัดเต้นเป็นจังหวะอื้ออึงอยู่ในหัว ขณะที่ตนก็ใช้จมูกโด่งรั้นสูดดมไล้เรียงกลิ่นหอมอ่อนจากเครื่องอาบน้ำที่ยังติดอยู่บนกายบางมิเลือนหาย
"อะ...อื้อ"
สัมผัสวาบหวามทำให้ทาสน้อยเสียววูบจนต้องครางออกมา มือบางดันส่วนอกของผู้เป็นนายออกคล้ายต่อต้าน แต่หากเรี่ยวแรงมีไม่พอจึงทำได้เพียงเหมือนสะกิดเขาเท่านั้น ความเป็นคนที่ไวต่อสัมผัสส่งผลให้จุนซูรู้สึกมากจนยากจะควมคุมตนเองไหว แผ่นอกเนียนสะท้านตอบรับแทบจะทันทีที่ถูกนายท่านลูบไล้เบาบาง ท่าทางเช่นนั้นยิ่งเป็นการทำให้เขาพึงพอใจในสิ่งที่ตนทำ เด็กหนุ่มเริ่มพ่นลมหายใจอย่างหนักหน่วงเพื่อระบายความอึดอัดภายในร่างกายออกมา แต่ถึงแม้จะทำเท่าไหร่มันก็มิอาจช่วยให้ดีขึ้นได้เลย บรรยากาศอันร้อนเร่าภายในห้องช่างแตกต่างจากความเงียบเหงาและอ้างว้างข้างนอกนั่นเหลือเกิน
"อ้ะ...ทะ..ท่านชะ...ชาย"
คนใต้ร่างหลุดครางหวานอีกระลอกเพราะความซุกซนของปลายลิ้นบริเวณจำเพาะอ่อนไหวบนอก ไม่เพียงเท่านั้นมือไม้ยังทำหน้าที่เคล้าคลึงสัดส่วนตามเอวคอดและสะโพกอันอวบอิ่ม เร่าร้อนคือคำนิยามของชายหนุ่มผู้นี้อย่างนั้นหรือ จุนซูสงสัยเหลือเกิน คิดจนสมองน้อยสับสนแต่ก็สรุปใจความอื่นใดมิได้
"เรียกข้าว่า...ท่านแจจุง"
ผู้เป็นนายออกคำสั่งอีกครั้งพร้อมเป่าลมร้อนลงบนส่วนไวสัมผัสอย่างกลั่นแกล้ง เด็กหนุ่มปรือตาขึ้นมาเล็กน้อยจับจ้องราวจะวอนขอสิ่งๆหนึ่งจากแจจุง ผิวเนื้อบนเรือนร่างขาวเปลื่ยนเป็นสีแดงด้วยความต้องการที่รุมเร้า ทำให้ผู้คุมเกมทราบดีว่าจุนซูต้องการสิ่งใด หากมีหรือที่ตนจะยอมมอบสัมผัสเหล่านั้นให้ได้โดยง่าย เขาต้องการจะให้จุนซูร้องขอออกมาด้วยตัวเองมากกว่าที่เขาจะเป็นคนมอบให้ เด็กน้อยสะบัดหน้าหนีราวกับต้องการจะหลุดพ้นจากบ่วงเสน่หาของเขาเสีย ทว่ามันคงจะเป็นไปไม่ได้...เพราะเขาคือคิมแจจุง ไม่มีใครเคยปฏิเสธเขาได้และในครั้งนี้ก็เช่นกัน
"ท่านแจจุง..."
กระซิบเสียงกระเส่าเช่นนั้นส่งผลให้แจจุงหวั่นไหวไม่น้อย กลีบปากเชิดที่ขยับขึ้นลงช่างยั่วเย้าให้น่าประทับจุมพิตลงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า สติที่พร่าเลือนสมองรังแต่จะบอกว่าต้องการชายคนนั้นเดี๋ยวนี้ อยากจะถูกสัมผัส อยากจะถูกปรนเปรอเสียเหลือเกิน หากกลับมีสิ่งหนึ่งที่ทิ่มแทงจิตใจและเตือนตนเองไม่ให้ร้องขอต่อคนผู้นั้น
ท่ามกลางความสับสนในความคิดแจจุงก็รุกเร้าจู่โจมอีกครา ทั้งซุกไซร้ดอมดมดอกไม้สีแดงอย่างจุนซูเสียทุกซอกมุม มือเล็กทั้งสองข้างจึงทำได้เพียงโอบรอบคอของชายหนุ่มไว้เท่านั้น ทุกทีที่ริมฝีปากสืบเสาะไล้ไปผิวบางก็สั่นสะท้านตอบรับความรุ่มร้อนจากเปลวไฟโชติช่วง ทั้งสองร่างแทบจะกลืนกินและกันเป็นหนึ่งเดียวแต่หากเพียงแค่นี้ยังมิถือว่าเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ความใคร่อัดแน่นขมึงรวมจุดที่ท้องน้อยของทาสรับใช้ และดูเหมือนท่านชายจะรู้ทัน แจจุงจึงหยุดกระทำของตนลงแล้วเปลี่ยนไปหยอกล้อส่วนอื่นแทน ชายหนุ่มบรรจงจูบบริเวณชวนเสียวช้าๆ พร้อมขบเม้มอย่างไม่สนใจว่าคนเบื้องล่างจะรู้สึกเช่นไร ส่วนคนที่ถูกกระทำหากไม่รู้สึกรู้สาก็คงจะตายด้านเสียแล้ว เมื่อเป็นอย่างนั้นจุนซูจึงเสียวสะท้านยิ่งนัก ปลายนิ้วเรียวจิกลงบนผ้ารองนอนที่ปูไว้ คิ้วโค้งขมวดเข้าหากันเพื่อเกร็งร่างกายขจัดความวาบหวามเหล่านั้นไปเสีย ความคิดที่ว่าอยากร่วมรักกับผู้เป็นนายช่างชวนรัญจวนใจเหลือแสน
กระโปรงตัวล่างหลุดหายไปแต่เมื่อใดไม่ทราบ ในขณะที่เจ้านายกำลังกลั่นแกล้งความอ่อนไหวของทาสผู้น่าสงสาร เสียงหวานก็ครางออกมาเป็นระลอกไม่ขาดสาย นักรักลือชื่อปรนเปรอความต้องการด้วยปลายลิ้นเชี่ยวชาญของตนเอง คนใต้ร่างขึงเกร็งกายไว้จนจวนเจียนจะอดกลั้นอีกต่อไป แต่เวลาเดียวกันจุนซูจะรู้ถึงความปารถนาอันล้นเหลือของท่านชายหรือไม่ เขาจะรู้หรือไม่ว่าตนต้องจ่ายมันด้วยอะไรเพื่อแลกกับการปลดปล่อยในครั้งนี้ ทว่าก่อนที่จะคิดอะไร เลยเถิดไปมากกว่านั้น แจจุงก็หยุดมันลงเสียแล้ว เปลือกตาสีมุขปรือปรอยข็้นด้วยความสงสัยระคนปนทรมาน เด็กหนุ่มเปลือยเปล่าลุกขึ้นนั่งเชื่องช้าจ้องมองชายตรงหน้าไม่ไหวติง
"ทะ...ท่าน"
พลางพูดเสียงแผ่วมือเล็กก็เคลื่อนไปจับที่แขนแกร่งสมชายชาตรีเอาไว้ ลูกแก้วสีอำพันลอบมองใบหน้าหล่อเหลาคมคายด้วย สายตาออดอ้อน กิริยาต่างๆที่จุนซูแสดงออกมาทำให้แจจุงนึกสงสัยในนิสัยของทาสผู้นี้ไม่น้อย ระหว่างคนเขินอายเมื่อสักครู่กับแมวน้อยยั่วสวาท คนไหนคือตัวตนที่แท้จริงกันแน่
"เจ้าต้องการสิ่งใด..."
เขาหยอกถามเจ้าลูกแมว แค่เพียงแกล้งยืดเยื้อเวลาเพื่อทรมานจุนซูเล่นเท่านั้น มือหยาบกร้านสัมผัสไหล่ขาวนวลอย่างทะนุถนอมราวรักษาขนนกไว้ในมือ จ้องมองลึกลงไปในดวงตาสีไม้สั่นระริก เขาพยายามค้นหาอะไรบางอย่างแต่ก็ตอบตนเองไม่ได้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร เหมือนเขาต้องการจะทราบบางสิ่งอาจจะเป็นความรู้สึกของคนตรงหน้านี้ก็เป็นไปได้ อาการแบบนั้นของเขามันแปลกไปกว่าแต่ก่อนทว่าแจจุงหารู้ตนเองไม่
จุนซูมิได้ตอบแต่อย่างใด เขาพูดออกไปไม่ได้แม้ตนจะต้องการท่านชายแค่ไหนก็ตาม เพราะชนักที่ยังติดอยู่ทำให้เขาไม่อาจเรียกร้องมันจากใครทั้งสิ้น เว้นเสียแต่คนผู้นั้นยินดีจะมอบให้เขาเอง เด็กน้อยเลือกขยับเรือนกายหนีห่างจากชายหนุ่มเพื่อจบมันเสีย ทว่าผู้เป็นนายมิมีทางยอมเป็นแน่แท้ ทาสผู้นี้จักต้องตกเป็นสมบัติของเขาในคืนนี้! แจจุงดึงร่างนั้นให้แนบชิดอีกครั้งพร้อมหยิบยื่นสัมผัสร้อนเร่าให้อีกครั้ง หากครานี้มิใช่เกลียวลิ้นแต่เป็นฝ่ามืออุ่นแทน เปลือกตาสีมุขหลับพริ้มอีกครั้งซึมซาบความรู้สึกพร้อมขยับสะโพกตอบสนองมือนั่นไปด้วย
"...เด็กดีของข้า... เจ้า...ชั่วชีวิต"
สิ่งที่ได้ยินขาดห้วงเป็นบางตอนส่งผลให้มิอาจเข้าใจในประโยคเหล่านั้น แต่ใครจะสนในเมื่อตอนนี้ทุกสิ่งดูจะเคว้งคว้างไปหมดเพราะจุดศูนย์กลางของร่างกายถูกปรนเปรออย่างถึงพริกถึงขิง เสียงแหบปนหวานในทีร้องครางดังมากขึ้นเรื่อยๆ จุนซูมิเคยมีความสุขเท่านี้มาก่อนเขาหลงใหลรสสัมผัสของแจจุงทั้งที่มันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ความคับแคบถูกแหวกออกอย่างไม่ได้เตือนล่วงหน้า ดวงตาเรียวเบิกกว้างพร้อมร้องเสียงกระเส่า ผิวเนื้อขาวตามเรือนกายบัดนี้ขึ้นสีชมพูไปทั่ว ร่างบอบบางบิดเร่าทุกครั้งที่ส่วนซ่อนเร้นถูกนิ้วเรียวยาวสอดใส่ การที่โดนรุกเร้าถึงสองทางเช่นนี้จุนซูจะมีสติหลงเหลืออยู่ได้อย่างไร
'ให้ข้าได้เห็นความบ้าบิ่นของเจ้า...เด็กน้อย'
"ถอดเสื้อให้ข้าเร็วเข้า"
เหมือนสติถูกฉุดกระชากให้กลับมาอีกครั้งทันทีที่ท่านชายถอนมือออกทั้งสองข้าง ทั้งที่อารมณ์กำลังจะถึงขีดจำกัดสูงสุดแต่กลับหยุดเสียเฉยๆด้วยคำขอร้องนั่น ช่างน่าโมโหเสียเหลือเกิน! ลูกแมวที่เคยขี้อ้อนกลับกลายเป็นนางแมวอารมณ์ร้อนไปเสียได้ จุนซูแสดงกิริยาท่าทางไม่พอใจออกมาอย่างไม่เกรงกลัว ถึงกระนั้นก็ยังทำตามที่ท่านแจจุงสั่งอยู่ดี ร่างกายกำยำทว่าขาวราวหิมะประจักษ์แก่สายตาเป็นครั้งแรก นัยน์ตาฉ่ำเยิ้มจ้องเรือนกายงามสมชายด้วยความอิจฉาปนปรารถนาอยู่ลึกในใจ มือน้อยยื่นออกไปแตะสัมผัสบนกล้ามอกแกร่งเพื่อซึมซาบไอร้อนจากผิวเนียน แจจุงยิ้มกริ่มอย่างพอใจเมื่อได้เห็นแบบนั้น ยิ่งจุนซูหลงใหลเขาเท่าไหร่ทุกอย่างมันก็จะยิ่งง่ายขึ้นทุกที และเมื่อร่างกายไร้อาภรณ์ใดนายท่านกลับนั่งนิ่งเฉยมิทำสิ่งนั้นให้เสร็จลุล่วงสมดั่งที่เด็กหนุ่มหมายไว้ ด้วยความปรารถนาที่แทบจะอดรนทนไม่ไหวทาสผู้ต้อยต่ำจึงกล้าทำในสิ่งน่าละอายต่อหน้าเขาเสียอย่างนั้น จุนซูมิได้ปริปากร้องขอแก่นายท่านแม้เพียงครึ่งคำ เขานอนลงบนผืนนวมอุ่นนุ่มพร้อมสัมผัสตนต่อหน้าใครอีกคนอย่างไม่ใส่ใจ
'หึ...อย่างนั้นแหละเด็กดี...เผยความงดงามของเจ้าให้ข้าเห็น'
ภาพตรงหน้ากระตุ้นอารมณ์เสียยิ่งกว่าเวลาที่มีหญิงสาวมาปรนเปรอให้เขาเสียอีก ทุกครั้งที่มือนั่นขยับขึ้นลงสุดปลายแจจุงก็ลอบกลืนน้ำลายทุกครั้งร่ำ่ไป ประกอบกับริมฝีปากเชิดที่อ้ากว้างร้องเสียงหลงเมื่อใกล้ถึงฝั่งฝันเต็มทน น้ำสีใสไหลซึมตามร่องนิ้วเล็กน้อย เมื่อเห็นดังนั้นชายหนุ่มจึงรีบเข้าไปขัดขวางเสีย นัยน์ตาสีอำพันเยิ้มจ้องเขม็งอย่างไม่พอใจ จะเอาอย่างไรกับตนกันแน่งั้นหรือ! ไม่รอช้าท่านชายจึงมอบจูบร้อนแรงแก่ทาสอย่างลึกซึ้ง สติเริ่มเลือนหายอีกครั้งเมื่อความคับแคบถูกสัมผัสด้วยตัวตนของผู้เป็นนาย ช่างแข็งแกร่งสมเป็นชายชาตรีเสียจนจุนซูเขินอาย ขาเรียวของคนใต้ร่างอ้าออกอย่างรู้งาน เพื่อเป็นการเชื้อเชิญให้เข้ามาหาความสุขสม มิได้สบสายตากันและกันให้หวานซึ้งกินใจ มีเพียงอารมณ์ห้วงรักที่พัดพาไปเท่านั้น
"อ้ะ...อ๊าาาา"
ทันทีที่ถูกล่วงล้ำภายใน เด็กหนุ่มก็ร้องครางเสียงหลง ไม่ได้นึกเลยว่าจะเป็นเช่นนี้ เจ็บจุกไปเสียหมดราวหญิงสาวที่ถูกเปิดบริสุทธิ์ แขนเล็กเกาะแน่นบนบ่าท่านแจจุงอย่างหาที่พึ่ง ร่างกายแทบจะแตกออกเป็นเสี่ยงเมื่อสิ่งใหญ่โตดึงดันจะสวนเข้ามาให้ได้ ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปไม่นานจากความปวดร้าวกลับกลายเป็นความหฤหรรย์แทน จังหวะรักกระแทกกระทั้นถึงจุดสัมผัสอ่อนไหวทั้งหน้าและหลังของจุนซู บั้นท้ายงอนงามทำให้แจจุงแทบจะเป็นบ้าเพราะมันบดเบียดเขาแน่นเสียเหลือเกิน เขาครางต่ำอย่างพึงพอใจหลายครา มิเคยมีใครทำให้เขาปรารถนามากเช่นนี้มาก่อน...มากจนเกือบทำให้ลืมทุกสิ่งไป ความอ่อนไหวของผู้ด้อยประสบการณ์ซึมเปื้อนด้วยน้ำใสเป็นสัญญานบอกว่าใกล้ถึงสิ่งที่ปรารถนาแล้ว ทว่าคนขี้แกล้งกลับขัดขวางอีกคราอย่างไม่รู้เบื่อ...
"ปะ...อ้ะ...ปล่อยขะ...อ้ะ...ข้านะ"
โมโหเหลือเกิน โมโหเสียจนอยากจะกรีดร้องเสียงดัง แต่ก็มิอาจทำได้ดั่งใจหมาย เพราะถูกกระแทกโดนจุดเร้าอารมณ์เสียหลายที และส่วนน้อยก็ยังโดนกอบกุมไว้แน่นมิสามารถปลดปล่อยได้ เล็บแหลมจิกบนแผ่นหลังของชายหนุ่มเพื่อแก้แค้นแต่ก็ไม่ได้ทำให้แจจุงเจ็บแต่อย่างใด จุนซูเองก็แทบจะคลั่งตายแล้วในเวลานี้
"อืมม... แลกเปลี่ยนกับข้าข้อหนึ่ง...อ่า...แล้วข้าจะปล่อยเจ้า...ดีไหม?"
ทาสน้อยพยักหน้าเร็วๆโดยไม่ไตร่ตรองถึงข้อแลกเปลี่ยนเลย จุนซูแค่ต้องการจะปลดปล่อยออกมาให้เร็วที่สุดเท่านั้น ทันใดนั้นแจจุงก็พลิกตัวลงนอนบนผืนผ้าแทน ความเจ้าเล่ห์ของนักรักอันดับหนึ่งเด็กไร้เดียงสาจะตามทันได้เช่นไร คนที่รับคำสัญญาถึงกับสะอึกจนพูดไม่ออก ช่างน่าอายเสียยิ่งกว่าการสัมผัสตนเองเสียอีก เขาจึงได้แต่นั่งค้างอยู่อย่างนั้นกระทั่งท่านชายเริ่มจะหมดความอดทน ผู้คุมเกมใช้เล็บจิกตรงส่วนปลายนั้นเพื่อเร่งเร้าให้ทาสทำตามใจตน อยากแทรกแผ่นดินหนีเหลือเกินเหตุใดจึงต้องมาทำอะไรเช่นนี้ด้วย ทว่าก็ไร้ทางเลือก...สะโพกสวยยกขึ้นเชื่องช้าเป็นการแกล้งคืนบ้าง ทำเอาท่านชายเสียวสั่นจวนขาดใจ จากนั้นจึงทิ้งตัวสวนกับความเป็นชายอย่างแรง ซึ่งเป็นเหมือนกับการฆ่าตัวเอง ในตอนนี้จุนซูปวดร้าวจนแทบน้ำตาเล็ดด้วยส่วนตัณหาของนายท่านแทรกเข้ามาลึกยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
"ปล่อยข้า...อ้ะ...เสียทีเถิด"
"ทำให้ข้าพอใจ...นี่คือข้อแลกเปลี่ยน"
ยังมิทันได้หายเจ็บชายหนุ่มก็ขยับสวนสะโพกของตนสวนคืนมาบ้าง แจจุงไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆจนกว่าตนจะพอใจ สรรพางค์กายสั่นสะท้านด้วยความเสียวซ่าน ในที่สุดจึงยอมโอนอ่อนต่อผู้เป็นนายอย่างไร้ทางสู้ ทั้งคู่โลดแล่นไปบนความปรารถนาไม่รู้จบ การขยับกายขึ้นลงทำให้เกิดเสียงหนั่นเนื้อกระทบกันต่อเนื่อง แม้จะหยาบโลนระคายหูแต่ก็สุขสมดั่งใจปอง นายท่านปล่อยมือที่กอบกุมส่วนสงวนของเด็กน้อยออกและเปลี่ยนไปช่วยยกตัวจุนซูขึ้นแทน เมื่อละมือออกแทบทันใดความอึดอัดที่คั่งค้างในกายบางก็ระเบิดออก สสารเหนียวสีขุ่นขาวพวยพุ่งเปรอะเปื้อนไปทั่ว เสียงหวานกรีดร้องด้วยความสุขสมที่ไหลผ่านร่าง จากการนั้นเด็กหนุ่มก็คล้ายจะสิ้นเรี่ยวแรงทันที
แจจุงพลิกกายเปลี่ยนตำแหน่งอีกครั้ง เขาขยับกายเบื้องล่างอย่างชำนาญและเร่าร้อน โน้มลงปรนเปรอกระตุ้นจุดบนแผ่นอกบางของคนใต้ร่างอีกครั้งและมันก็ได้ผล จุนซูที่เหนื่อยอ่อนกลับตื่นตัวอีกคราและส่ายสะโพกอวบสนองคืนอย่างถึงใจ คิดไม่ผิดที่เลือกทาสผู้นี้จริงๆ กลีบเนื้อที่ห่อหุ้มความแข็งแกร่งบวมแดงจากการเสียดสี ไอร้อนแผ่ซ่านไปทั่วทั้งห้องกว้าง ชายหนุ่มดึงส่วนนั้นออกจากช่องทางจนเกือบสุดแล้วจึงสวนกลับเข้าไปเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะก้าวข้ามผ่านเส้นขีดจำกัดไปและรับความพึงพอใจจวนจะสำลักออกมา ของร้อนที่อัดฉีดเข้าทางนั้นทำให้ทาสน้อยตกใจตื่นจากการร่วมรัก เพราะมิเคยได้รับความรู้สึกดีแต่ประหลาดเช่นนี้มาก่อน
ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล...เพียงครั้งแรกก็ทำให้ท่านชายลุ่มหลงในสัมผัสได้ปานนั้น ปีศาจราคะภายในกายของชายหนุ่มคงยังไม่อิ่มหนำเสียกระมัง คาดว่าทาสรับใช้จักต้องโดนใช้งานหนักจนกระทั่งรุ่งสางเป็นแน่...
แสงแดดรำไรเล็ดลอดเข้ามาผ่านทางหน้าต่างไม้ เปลือกตาสีมุกหนักอึ้งกระพริบถี่ๆไล่เอาความง่วงงุนออกไป อากาศยามเช้านี้ช่างหนาวเย็นกว่าทุกวัน อาจเป็นเพราะหิมะแรกของฤดูเพิ่งปรอยปรายลงมาเมื่อคืนก่อน เด็กน้อยกอดผ้าห่มผืนหนาไว้แนบกาย สติฉุดรั้งให้ตนฝืนลืมตาขึ้นก่อนที่จะผลอยหลับเพราะความเหนื่อยอ่อน ยามใกล้รุ่งสางของทุกวันเขาจะต้องตื่นด้วยว่าตนมีหน้าที่ต้องเตรียมวัตถุดิบในการทำอาหารเช้าของคนทั้งจวนให้แม่บ้านใหญ่ ทว่าตอนนี้มันเลยเวลามามากแล้ว จุนซูยันตัวขึ้นจากที่นอนยับยู่ยี่แต่ก่อนที่จะได้เคลื่อนออกจากตรงนั้นก็มีใครบางคนรั้งร่างของเขาไว้
"เจ้าจะไปไหน...?"
เสียงแหบพร่าของท่านชายดังขึ้นข้างใบหูเล็กทำให้ขนอ่อนบริเวณนั้นลุกอย่างไม่อาจห้าม ลมหายใจอุ่นๆชวนให้รัญจวนใจเหลือเกิน จุนซูคล้ายจะเคลิบเคลิ้มไปกับมันอีกครั้ง ผิวกายเปล่าเปลือยแตะสัมผัสกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ และยิ่งเพราะความบังเอิญยิ่งทำให้ขวยเขินกว่าเดิม ปรางค์แก้มร้อนฉ่าพลางสมองก็กำลังพยายามรวบรวมคำพูดไปด้วย
"คือข้า...สายมากแล้ว... ข้าน้อยจะโดนแม่บ้านใหญ่ดุเอาได้นะขอรับ"
จงเจียมเนื้อเจียมตัวเอาไว้นี่คือสิ่งที่แม่ของเขาสอนมาตั้งแต่ยังเล็ก ถึงท่านชายจะล่วงเกินตนแล้วก็มิได้หมายความว่า เขาจะมีฐานะที่ต่างไปจากทาสในเรือนคนอื่นๆ เขายังต้องทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุดดั่งเช่นวันวาน แต่แล้วชายหนุ่มกลับพูดสวนขึ้นตรงกันข้าม...
"เดี๋ยวนี้แม่บ้านใหญ่มีความสำคัญกว่าข้าผู้ซึ่งเป็นนายใหญ่ของจวนนี้แล้วหรือ?"
"หามิได้ขอรับ...ท่านชาย"
เมื่อได้ยินน้ำเสียงทีจริงของผู้เป็นนายเช่นนั้นทาสน้อยถึงกับต้องรีบแก้ต่างทันที ถ้าหากได้เห็นสีหน้าของแจจุงสักนิด เขาก็คงจะไม่หวาดกลัวนายขนาดนั้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นเมื่อได้เห็นจุนซูมีท่าทีตื่นกลัว ช่างเจ้าคารมยิ่งนักเจ้าปีศาจรูปงามในคราบมนุษย์หล่อเหลา
"ถ้าเช่นนั้นก็จงอย่าไปไหน...และอยู่ปรนนิบัติข้าเสีย"
"แต่..."
"คิดว่าข้าเป็นคนเช่นไร...ข้าจะรับเจ้าเป็นอนุอยู่แล้ว แต่ยังจะใช้ให้เจ้าทำงานทาสอีกน่ะหรือ"
เด็กน้อยหันไปจ้องต้นเสียงอย่างตกใจปนงงงวย ท่านชายกำลังจะทำสิ่งใดคำพูดที่ว่าจะรับเขาเป็นอนุนั่นคือเรื่องจริงหรือล้อเล่นกันนะ แต่จะกระทำการนั้นได้เช่นไรในเมื่อเขานั้นหาใช่สตรีไม่...
"ท่านชายหมายถึงกระไรกัน...?"
"ข้าก็หมายความอย่างที่พูด...เด็กน้อยของข้า"
ชายหนุ่มดึงร่างนุ่มนิ่มเข้ามาแนบแผงอกแกร่งของตน ผิวเนื้อเปลือยบนแผ่น หลังบอบบางสัมผัสถ่ายทอดความอบอุ่นแก่กัน คลื่นความร้อนวูบวาบทำให้ร่างกายเหมือนถูกบิดเบี้ยวไป เด็กน้อยหลับตาลงอีกครั้งและปล่อยกายลงแนบชิดใครอีกคน ภาพเมื่อคืนก่อนไหลวนกลับมาปลุกความดิบส่วนลึกภายใน เพียงแค่คอระหงส์ถูกดอมดมร่างทั้งร่างก็สั่นสะท้านอย่างหยุดไม่ได้ ลมร้อนประทะผิวอ่อนกระตุ้นชวนเสียวได้ดีนักแล มือเล็กจิกกดบนผืนผ้า นวมอุ่นจนยับยู่ยี่เพื่อระบายความรู้สึกออกมา
"อาา..."
เสียงครางแผ่วเบาของจุนซูทำให้ท่านชายพึงใจอยู่ไม่น้อย ความรู้สึกอยากจะครอบครองร่างอวบอัดตรงหน้าเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่ความสงสัยในสิ่งประหลาดกลับก่อกวนใจอยู่ลึกๆ เหตุใดครั้งแรกของเด็กคนนี้กับเขามันช่างง่ายดาย ไร้ซึ่งเสียงร้องแห่งความเจ็บปวด ไร้ซึ่งการขัดขืนต่อต้าน หรือมันจะเป็นลางบอกสิ่งใดแก่เขากัน ทว่าก่อนจะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น จุนซูที่พยายามผละหนีสัมผัสร้อนเร่าก็ทำให้เขาตื่นจากภวังค์ ท่านชายค่อยๆ สวมกอดเด็กน้อยจากทางด้านหลัง อ่อนโยนจนแทบจะทำให้ใครอีกคนระเหยกลายเป็นไอไปเสียเดี๋ยวนั้น
"จำได้หรือไม่...เมื่อคืนข้าบอกเจ้าไว้เยี่ยงไร?"
เมื่อคืนก่อนเขาแทบจะไม่มีสติหลงเหลือแล้วจะให้จำได้อย่างไรกัน แต่จะตอบออกไปว่าลืมไปแล้วก็ไม่ได้ หากเป็นเช่นนั้นตัวเองก็คงจะโดนโกรธอย่างแน่นอน ขณะที่จุนซูกำลังอึกอักฝ่ามือร้อนก็แกล้งลูบไล้ผิวเนื้อนุ่มไปทั่วร่าง ริมฝีปากอวบพรมจูบหลังใบหู ก่อนจะขบเม้มทำรอยสีกุหลาบตีตราความเป็นเจ้าของ ขนอ่อนลุกชูชันทันทีที่ลมหายใจร้อนรดลงบริเวณแผ่นหลังบาง อากาศหนาวเย็นภายนอกยังมิอาจสู้ความร้อนเร่าของชายหนุ่มได้เลย การเล้าโลมอย่างเชี่ยวชาญทำให้เด็กไร้เดียงสาไม่อาจต่อต้านความรู้สึกลึกๆของตนได้
“จำไม่ได้หรืออย่างไร...หือม์?”
นิ้วแข็งแกร่งเชยปลายคางมนของคนในอ้อมกอดให้หันมาเผชิญหน้า นัยน์ตาของทั้งคู่สบกัน ท่านชายแสดงความรู้สึกผ่านทางสายตานั้นอย่างไม่ปิดบัง เขาต้องการทาสคนนี้อีกแล้ว ทั้งที่ไม่ใช่คนมักมากหรืออย่างไร แต่เมื่อได้เริ่มกับจุนซูแล้วก็ไม่อาจหยุดตัวเองได้ ความเป็นชายเริ่มตื่นตัวจนเด็กน้อยรู้สึกได้ แก้มกลมแดงก่ำขวยเขินเมื่อบางสิ่งกำลังแตะสัมผัสบริเวณด้านหลังของตน
“ข้าน้อย...อ”
แจจุงกดจูบบนริมฝีปากเชิดรั้นอย่างรุนแรง ความพิศวาสที่ก่อตัวขึ้นมันรวดเร็วจะเขาเกือบจะตั้งรับไม่ทัน ไม่เคยจู่โจมใครก่อนเช่นนี้ด้วยที่มีฐานะเป็นถึงท่านชาย เรื่องแบบนั้นยังต้องสำรวมหากกับจุนซูมันช่างยากเย็น เขาทำตัวราวเด็กหนุ่มที่เพิ่งเคยจะได้ลิ้มลองเป็นครั้งแรก ทั้งฟอนเฟ้นเนื้ออ่อนบริเวณสะโพกอิ่ม ทั้งรุกเร้าด้วยลิ้นอุ่นร้อน น้ำสีใสไหลย้อยตามมุมปากของคนทั้งคู่ เส้นผมนุ่มดุจแพรไหมกระเซอะกระเซิงไปหมด ร่างกายบางเริ่มตอบสนองความต้องการของผู้เป็นนายบ้างแล้ว แต่เพราะเวลานี้เป็นเวลาเช้าเกือบสายจึงทำให้อดรู้สึกอายไม่ได้
“ข้าจะลงโทษเจ้า... โทษฐานที่จำไม่ได้...หึ"
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เปื้อนบนใบหน้าหล่อเหลา เขาอยากจะแกล้งจุนซูจริงๆ ยิ่งเห็นก็ยิ่งน่าแกล้งนัก เด็กน้อยคนนี้ช่างน่าหมั่นเขี้ยว แต่ในขณะเดียวกันเขาเองจะรู้สึกถึงสิ่งประหลาดบางอย่างหรือไม่ ริมฝีปากสีสดที่บวมเจ่อเม้มเข้าหากันด้วยความหวาดหวั่น จุนซูเกิดหวาดกลัวขึ้นมาจับใจด้วยไม่ทราบว่าบทลงโทษนั้นคือสิ่งใด ความแนบชิดที่ไม่เหลือแม้แต่ช่องว่างใดระหว่างกันทำให้ผู้เป็นนายแทบจะเป็นบ้า อยากจะได้เหลือเกินแต่เขาหวังว่าจุนซูจะมอบมันให้เขาเองเสียมากกว่า
“ปรนนิบัติข้า...ให้เหมือนกับเมื่อคืนนี้ที่ข้าทำให้เจ้าสิ"
พอได้ยินคำสั่งนั้นจากเดิมที่กระดากอายอยู่แล้ว จุนซูก็แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปเสียเดี๋ยวนั้น น่าอายเหลือเกินแต่ถึงกระนั้นเขาก็รู้ว่ามันทำให้รู้สึกดีมากแค่ไหน การที่ท่านชายจะสั่งลงโทษแบบนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เด็กน้อยเหลือบมองแววตานุ่มลึกนั่นเล็กน้อย ในนั้นบอกว่าสิ่งที่พูดคือความจริงทั้งสิ้น ลมอุ่นๆที่ตั้งใจเป่าแผ่วเบาข้างซอกคอขาวก่อให้เกิดความเสียวอยู่ลึกๆในความรู้สึก นิ้วแข็งแรงไล้ตั้งแต่ต้นขาขึ้นมาบนสะโพกอวบ ไรขนบางลุกชันทั่วทั้งร่างกาย เปลือกตาบางค่อยหลับลงอีกครั้งก่อนจะจุมพิตเจ้านาย ลิ้นไร้เดียงสาพยายามเล็มบนริมฝีปากอวบนั่น ท่าทางอ่อนหัดกระตุ้นสิ่งความตื่นตัวเบื้องล่างได้อย่างดี แจจุงไม่อาจปฎิเสธได้ว่าเขาชอบความเยาว์วัย ความบริสุทธิ์ราวเด็กแรกฤดู
ทาสรักเริ่มอ่อนระทวยภายในอ้อมกอดของผู้เป็นนายเสียเอง ลมหายใจลดลงไปเมื่อจูบนั้นเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ แต่คนที่เชี่ยวชาญก็ยังกลั่นแกล้งไม่ยอมให้จุนซูถอนกลีบปากออก ร่างบอบบางแทบจะขึ้นคร่อมอยู่บนตัวของท่านชายแล้ว พอเมื่อเอาเข้าจริงเขาเองทำอะไรไม่ถูก จะให้ทำเช่นไรถึงจะถูกใจท่านแจจุงกัน เขาแทบไม่เคยทำอะไรแบบนี้กับใครเลย ซ้ำ้ทั้งมันช่างน่าละอายแก่ใจที่สุด ทว่ามือเล็กกลับทำเป็นกล้าเข้าจู่โจมสิ่งนั้นอย่างเก้กัง นัยน์ตากร้าวเบิกกว้างออกเมื่อถูกสัมผัสอย่างจาบจ้วง แจจุงตกใจแทบสะดุ้งเพราะไม่เคยมีใครรวดเร็วปานนั้นมาก่อน เด็กคนนี้ไวไฟยิ่งนัก แต่หากคิดจะเล่นกับเปลวเพลิงอย่างท่านชายมันก็ต้องมีดีกว่านี้ นิ้วเรียวสวยขยับช้าด้วยความไม่ถนัดนัก จุดสัมผัสอ่อนไหวถูกปลุกจนตื่นขึ้น
“อือ์ม...”
ชายหนุ่มหลุดครางต่ำอย่างพึงใจทุกครั้งที่มือนั่นขยับขึ้นลง เสียวซ่านแทบขาดใจ ในมโนภาพคือเขากำลังอยู่ในห้วงรักข้างในทาสผู้นั้น เม็ดเหงื่อใสผุดพรายริมขอบเกษา เขาไซร้ดอมดมคอเนียนอีกครั้งระหว่างที่ยังถูกปรนนิบัติ ซึ่งช่วยเรียกเสียงหวิดหวิวเล็กๆได้เป็นอย่างดี แจจุงหยุดมือของจุนซูไว้ก่อนที่เขาจะปะทุอารมณ์ออกมาตอนนี้ เขาจัดแจงให้เด็กน้อยขึ้นมานั่งบนหน้าตักของตน
“หันหลังไปสิ...”
แจจุงอยากได้มากกว่านี้แต่หากต้องทำใจให้เย็นไว้เสียก่อน จุนซูหันไปตามการชักนำของเจ้านายอย่างว่าง่าย ตอนนี้เขาเหมือนไม่รู้ว่าตนกำลังทำอะไรอยู่ จู่ๆเมื่อได้ใกล้ชิดจนไม่เหลือช่องว่างใดสมองก็ไม่สั่งการราวกับหยุดทำงานไปชั่วครู่ ผู้สูงศักดิ์เอนกายลงบนผ้านวมผืนสีขาวนุ่ม สิ่งอ่อนไหวตั้งขึ้นอย่างอาจหาญต่อหน้าทาสผู้อ่อนเดียงสา เขาอึกอักทำอะไรไม่ถูก ท่านชายตั้งใจจะให้เขาทำอะไรกันแน่ แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร สะโพกอิ่มก็ถูกดึงไปข้างหลังโดยไม่ทันตั้งตัว ทั้งคู่อยู่ในท่านอนแนบเนื้อกัน ใบหน้ากลมมนซบบนบริเวณหน้าท้องน้อยของชายหนุ่ม ไม่กล้าแม้แต่จะมองส่วนสงวนนั้นเพียงนิด ความเก้อเขินมันทำให้จุนซูเหนียมอายเกินไป
เมื่อไม่เห็นจุนซูเริ่มต้นทำแบบที่เขาอยากให้ทำเสียที ท่านชายก็เย้ายั่วปลุกปั้นความพิศวาสของจุนซูขึ้นมาแทน ลิ้นร้อนเล็มเลียกลีบดอกไม้อวบก่อนจะแหวกออกให้พ้นทาง เพื่อดูดดื่มกับเกสรที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน เมื่อแตะสัมผัสจุดพึงใจทุกคราไป ทาสผู้ต้อยต่ำแทบจะครางออกมาจนไม่เป็นภาษาใด ไม่ต้องฟังรู้ศัพท์ก็บอกได้ว่ากำลังสุขสมเหลือคณา ทางคับแคบถูกรุกรานอย่างไม่ปราณี สีเนื้อแดงสดเย้าหยอกต้องตาของผู้เป็นนายยิ่งนัก ไอร้อนที่แผ่ซ่านออกจากช่องทางนั้นเร้าอยากจะให้เข้าไปยิ่งนัก น้ำสีใสซึมเปรอะแผ่นอกแกร่งของเขาเล็กน้อย เพียงแค่โอ้โลมไม่เท่าไรจุนซูก็แทบจะมอดไหม้เสียแล้ว หากแจจุงผู้นี้จะหายอมได้ไม่ที่จะให้ดอกไม้แดงสลายเป็นผงธุลีไปก่อนเขา
“ฮะ...อ้า"
เสียงแหลมๆร้องดังลั่นเมื่อลิ้นพิศวาสถูกถอนออกทั้งที่ใกล้จะจวนเจียนจะสำเร็จอารมณ์หมาย ดวงตาหวานฉ่ำน้ำเหม่อลอยปรือขึ้นมองหว่างขาของชายหนุ่ม ความวาบหวามที่ไม่อาจสิ้นสุดกำลังเรียกร้องให้เขาทำอะไรบางอย่าง สมองน้อยพอจะเดาออกบ้างว่าเหตุใดตนถึงถูกวางอยู่ในท่าทางพิสดารเช่นนี้ นี่คือบทลงโทษของท่านชายอย่างนั้นหรือ บทลงโทษนี้ช่างน่าอับอายแต่ทว่าสิ่งที่ต้องการกลับอยู่เหนือสิ่งอื่นใด มือบางค่อยๆพยุงความเป็นชายของอีกคนเอาไว้ ริมฝีปากบวมเจ่อเลื่อนเข้าไปใกล้ส่วนนั้นจนกระทั่งจรดกัน จินตนาการภาพเหมือนกำลังจุมพิตกับใครสักคน จุนซูคิดเช่นนั้นเพื่อสยบความกระดากอายของตนไว้ เกลียวลิ้นทำหน้าที่อย่างติดขัดเพราะไม่เคยชิน เนื้อนุ่มมีขนาดใหญ่จนเขาหายใจไม่สะดวก กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแต่จะถอนออกก็ไม่ได้ ด้วยว่าเบื้องหลังของตนกำลังโดนกลั่นแกล้งอีกครั้ง ข้อนิ้วแข็งแรงสอดผ่านกลีบเนื้อยับย่น ปากทางที่รัดรึงทำให้เขาสามารถมโนภาพดำดิ่งเข้าไปได้ไม่ยาก
เด็กน้อยเริ่มคุ้นชินกับของเล่นชิ้นใหม่มากขึ้น ผิวหนังอ่อนบริเวณสงวนแข็งขืนร้อนเร่าจนแทบลุกเป็นไฟ เหงื่อเม็ดใสผุดพรายบนหน้าผากมนเต็มไปหมด มือข้างหนึ่งคอยประคองไว้ไม่ให้หลุดมือ ส่วนอีกข้างก็ช่วยยันตัวขึ้นจากร่างกำยำเบื้องล่าง จุนซูทำให้ผู้เป็นนายมัวเมาไปกับการร่วมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในขณะที่ทาสน้อยเองก็ยินยอมปรนนิบัติอย่างเต็มใจ สะโพกอวบส่ายควบเป็นจังหวะพร้อมกับสิ่งที่อยู่กายในด้วยกัน แจจุงใกล้จะทานทนไม่ไหวอีกต่อไป หากเขาไม่สั่งให้จุนซูหยุดตอนนี้ จะเป็นเขาเองที่เสร็จสิ้นในโพรงปากเล็กนั่น ลีลาของเด็กหนุ่มไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่นั่นกลับยิ่งกระตุ้นปีศาจราคะได้เป็นอย่างดี
“หะ...หยุดก่อน.. พอ"
ท่านชายเอ่ยคำสั่งด้วยน้ำเสียงอันแหบพร่า จุนซูนึกสงสัยเหตุใดจึงบอกให้หยุดแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ด้วยสิ่งที่ดึงความสนใจของเขาไปหมดนั้นจู่ๆก็หยุดลง ทั้งที่กำลังพึงใจอยู่มากโขเพราะนิ้วนั่น ความสุขที่หวังไว้หายวับไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น เพียงเสี้ยววินาทีความวูบโหวงทางด้านหลังก็เข้ามาแทนที่ ความคับแคบที่ชายหนุ่มเห็นกำลังเต้นเร่าเรียกร้องให้สอดใส่อยู่ตรงหน้า ห้วงรักที่ขาดช่วงทำให้จุนซูหงุดหงิดเหลือเกิน หงุดหงิดที่ผู้เป็นนายดูจะชอบแกล้งเย้าตนร่ำไป ร่างบางที่อยู่ในท่าคลานเหลียวไปมองใบหน้าหล่อเหลาด้วยสายตาตัดพ้อ คนที่ถูกมองเข้าใจดี แจจุงรู้ว่าทาสน้อยอยากได้มากกว่านี้ มากกว่าแค่นิ้วไม่กี่นิ้วกระมัง...
“ลงมานอนข้างข้าสิ...”
ออกคำสั่งอีกครั้งและอีกครั้ง จุนซูนึกหมั่นไส้แต่ก็ยังเชื่อและทำตามที่ท่านชายบอก เมื่อแผ่นหลังสัมผัสผืนผ้านุ่มเย็นเฉียบ ร่างของตนก็ถูกบังคับในท่าตะแคง ทุกอย่างดูจะรวดเร็วโดยไม่ทันตั้งตัว ขาเรียวขาวข้างหนึ่งถูกฝ่ามือร้อนแยกออก ส่วนซ่อนเร้นถูกรุกล้ำอย่างไม่ทันได้บอกกล่าว จะเรียกว่าสุขสมหรือเจ็บจุกยังไม่อาจทราบเพราะความตกใจนั้นมีมากกว่า ปลายหางตาเรียวมีหยดน้ำใสรินเล็กน้อย นัยน์ตาทรงพลังข่มหลับลงเมื่อได้ล่วงฝ่าหนั่นเนื้อ เสียงครางต่ำอย่างพึงใจรดรินข้างใบหูเล็กของทาสรัก เวลาเดียวกันเด็กหนุ่มก็ต้องระบายความเจ็บลงบนผ้านวมแทน ทั้งสองคนแนบชิดกันก็จริงแต่หลังจากนี้...จะต้องไม่มีช่องว่างระหว่างกันเหลืออยู่เป็นแน่
“อ้ะ...อ้าาาา"
ตำแหน่งที่นอนอยู่นั้นยิ่งทำให้สามารถเปิดรับสิ่งใหญ่โตได้มากขึ้นยิ่งยวด ยิ่งกว่าเมื่อคืนที่ทิ้งร่างลงไปทั้งร่างเสียอีก เสียงแหบหวานร้องทุกครั้งที่สะโพกถูกโถมเข้าใส่ เขารู้สึกได้ว่าท่านชายช่างแข็งแกร่งกว่าตนเป็นร้อยเท่าพันเท่า ความแข็งแรงนั้นทำให้หัวใจดวงน้อยริษยาอยู่ลึกๆ เด็กหนุ่มหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน แทบจะระทวยรวยรินคาอ้อมกอด การรุกรานมิใช่เพียงแค่ทางด้านหลังอีกต่อไป จะเรียกว่าท่านชายใจดีได้หรือไม่ ความใคร่อัดแน่นถูกปรนเปรอด้วยความชำนาญอีกครั้ง จุนซูจวนเจียนจะสิ้นสติเมื่อท้องน้อยขมวดขึงราวกับจะตายเสียให้ได้ ตอนนี้อาจจะเรียกได้ว่ามีเพียงความสุขสมและปรารถณาเท่านั้น ริมฝีปากขมเม้มตีตราที่ซอกคองามซ้ำแล้วซ้ำเล่า นักรักอันดับหนึ่งอย่างท่านชายแจจุงรู้สึกติดใจในรสรักของเด็กไร้เดียงสาผู้นี้ยิ่งนัก ทั้งเสียงหวานที่ครางเว้าวอน ทั้งสัดส่วนเว้าโค้งอวบอิ่ม แม้ลีลาจะยังอ่อนหัดอยู่มากแต่เขาก็ยังพิศวาสที่จะดอมดมบุปผาแดงดอกนี้ บรรยากาศในห้องอบอวลไปด้วยแรงราคะและความเสน่หา สติของทั้งคู่ที่เคยมีค่อยเลือนหายไปเหลือไว้เพียงความต้องการที่จะนำพาไปให้ถึงจุดหมาย
“อาาา...อีกนิดนะคนดี"
ศีรษะกลมผงกรับคำของชายหนุ่ม จุนซูไม่อาจปฎิเสธรสสัมผัสของท่านชายได้อีกต่อไป แม้จะมีปมในใจที่คอยฉุดรั้งเอาไว้ หากแต่แจจุงกำลังล่วงเข้ามาทำลายมันลงทีละน้อย เขาปรารถณาและใคร่ยินยอมไม่ว่าจะเป็นครั้งนี้หรือครั้งไหน ลุ่มหลงจนดิ่งลงสู่ห่วงลึกดำกฤษณา ชายผู้นี้คงไม่สามารถจำกัดความได้เพียงแค่คำว่าเร่าร้อนได้อีกต่อไป ภาพการร่วมรักช่างน่าอายทว่าก็ยังสวยงามในที สองกายาขยับเข้าหากันเป็นจังหวะไม่หยุดหย่อน ความรัดรึงเล่นงานถาโถมความใคร่ไม่อาจห้ามปราม หยาดน้ำเหนียวหลั่งเปรอะซึมปลายนิ้วร้อนทีละน้อยเป็นสัญญาณบอกเมื่อคนในอ้อมกอดใกล้ถึงปลายทาง
“ทะ..ท่านชาย อ้าาา"
เสียงหวานเอ่ยเรียกได้เพียงเท่านั้นก็ปลดปล่อยความอัดแน่นของตนออกมาจนเปรอะไปทั่ว จุนซูหอบหายใจแรงกว่าเดิมเพราะความใคร่ของท่านชายยังกระแทกกระทั้นเข้ามาไม่หยุด มือที่เคยปรนเปรอเด็กน้อยเปลี่ยนมาเชยคางมนให้หันมาแทน ลูกแก้วสีอำพันฉ่ำเยิ้มปรือปรอยด้วยความเหนื่อยอ่อน ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกยั่วเย้า ราวกับจุนซูล่วงรู้ความคิดของผู้เป็นนาย เขาขยับส่วนล่างสวนกับความแข็งแกร่งของชายหนุ่มอย่างถึงใจ เพียงแค่ไม่ถึงสามครั้งสิ่งที่ทรมานแจจุงเอาไว้ก็หายวับไปพร้อมกับความวูบวาบในกาย ของเหลวล้นทะลักจุดซ่อนเร้นจนเปรอะด้านในของขาอ่อนขาว เด็กน้อยตอบไม่ได้ว่าเหตุใดถึงได้รู้สึกชอบใจที่หยาดหยดความปรารถนาพวกนั้นถูกอัดฉีดเข้ามา เขาชอบมัน เขาชอบทุกอย่างที่เกิดขึ้นโดยเกือบจะลืมสิ่งหนึ่งไปเสียสนิทใจ
ร่างทั้งสองยังคงเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวอยู่อย่างนั้นแม้เวลาจะผ่านไปสักพักแล้ว แจจุงยอมรับว่ายังอยากนอนกกกอดร่างนุ่มนิ่มนั้นไม่ไปไหน ความรู้สึกแอบหวงก่อตัวขึ้นภายในใจโดยที่เขาไม่รู้ เมื่ออยากเป็นเจ้าของร่างกายนี้ก็ได้เป็นแล้ว ทว่าหัวใจของจุนซูเขายังไม่ได้มันมาเป็นสมบัติ สิ่งต่อไปที่เขาอยากจะได้มันคือหัวใจดวงนั้น เสียงพ่นลมหายใจเป็นจังหวะแผ่วเบาแต่ยังได้ยินบอกให้เขาทราบว่าทาสรักได้หลับไปแล้ว หากชายหนุ่มยังคงนอนอยู่อย่างนั้น คิดเรื่องราวต่างๆมากมายจนกระทั่งความง่วงงุนชักนำให้คล้อยตาปิด เขาจุมพิตที่พวงแก้มใสอย่างอ่อนโยนก่อนจะพาตัวเองเข้าสู่นิทราไปเช่นกัน
'หัวใจของเจ้าต้องเป็นของข้า...เพียงผู้เดียว'
Tags: 2kim, jyj2 Comments




